EUDR (EU Deforestation Regulation) คือกฎระเบียบของสหภาพยุโรปที่กำหนดให้สินค้าที่วางจำหน่ายในตลาด EU ต้องพิสูจน์ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่าหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2020 และมีการผลิตตามกฎหมายของประเทศต้นทาง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2026 โดยองค์กรขนาดใหญ่ (Large Operators) ต้องปฏิบัติตามทันที ส่วน SME มีระยะเวลาผ่อนผันเพิ่มเติม
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แนวคิดเรื่อง "Sustainability" ได้เปลี่ยนจากการเป็นเพียงภาพลักษณ์องค์กร กลายเป็น ข้อกำหนดเชิงโครงสร้างของระบบเศรษฐกิจโลก องค์กรไม่ได้ถูกประเมินจากสิ่งที่ "ประกาศ" แต่ถูกประเมินจากสิ่งที่ สามารถพิสูจน์ได้ ตัวขับเคลื่อนหลักของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ EU Deforestation Regulation (EUDR) ซึ่งกำลัง redefine วิธีที่องค์กรต้องจัดการ Supply Chain จัดเก็บข้อมูล และบริหารความเสี่ยง
EUDR คืออะไร? ภาพรวมและผลกระทบต่อ Supply Chain
EU Deforestation Regulation (EUDR) หรือกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยผลิตภัณฑ์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2026 และถือเป็นหนึ่งในกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มข้นที่สุดที่ EU เคยออก
สินค้าประเภทใดบ้างที่อยู่ภายใต้ EUDR?
EUDR ครอบคลุมสินค้า 7 ประเภทหลักและผลิตภัณฑ์แปรรูปที่เกี่ยวข้อง:
- ไม้และผลิตภัณฑ์ไม้
- เนื้อวัว
- น้ำมันปาล์ม
- โกโก้
- กาแฟ
- ถั่วเหลือง
- ยางพารา
ข้อกำหนดหลักภายใต้ EUDR
องค์กรที่วางจำหน่ายสินค้าเหล่านี้ในตลาด EU ต้องสามารถพิสูจน์ได้ว่า:
- ไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า
สินค้าต้องไม่ได้มาจากพื้นที่ที่มีการตัดหรือทำลายป่าหลังวันที่ 31 ธันวาคม 2020 ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม
- มีการผลิตตามกฎหมายของประเทศต้นทาง
กระบวนการผลิตต้องสอดคล้องกับกฎหมาย ข้อบังคับ และสิทธิของชุมชนท้องถิ่นในประเทศที่ผลิต
- มีระบบ Due Diligence ที่ตรวจสอบได้
องค์กรต้องจัดทำ Due Diligence Statement (DDS) พร้อมข้อมูล Geolocation ระดับ plot (พิกัด GPS) ของแหล่งวัตถุดิบ
- มีการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
ต้องประเมินความเสี่ยงและดำเนินมาตรการลดความเสี่ยงในทุกขั้นตอนของ Supply Chain
Insight สำคัญ: EUDR ทำให้ "Traceability" กลายเป็น requirement ไม่ใช่แค่ best practice — องค์กรต้องสามารถระบุได้ว่าวัตถุดิบมาจากพื้นที่ใดในระดับ plot ผ่านใครบ้าง และมีการจัดการความเสี่ยงอย่างไร
FSC™ Chain of Custody (CoC) — หลักการและบทบาทใน Supply Chain
FSC (Forest Stewardship Council™) เป็นองค์กรระหว่างประเทศที่กำหนดมาตรฐานการจัดการป่าไม้อย่างมีความรับผิดชอบ โดย FSC Chain of Custody (CoC) คือระบบติดตามผลิตภัณฑ์จากป่าต้นทางจนถึงมือผู้บริโภค
หลักการทำงานของ FSC CoC
ระบบ CoC ทำงานเหมือน "เส้นด้ายที่ไม่ขาดสาย" ป่าที่ได้รับการรับรอง FSC → โรงงานแปรรูป → ผู้ผลิต → ผู้จัดจำหน่าย → ผลิตภัณฑ์สุดท้าย ทุกจุดเชื่อมต่อในห่วงโซ่นี้ต้องได้รับการรับรอง CoC เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ติดฉลาก FSC ได้
- Traceability ที่พิสูจน์ได้ ติดตามวัตถุดิบจากป่าต้นทางถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย สร้างโครงสร้างการตรวจสอบย้อนกลับใน Supply Chain
- การยอมรับในระดับสากล FSC ได้รับการยอมรับจากตลาดทั่วโลก เพิ่มความน่าเชื่อถือและการเข้าถึงตลาด EU และตลาดพรีเมียม
- โครงสร้าง Due Diligence ระบบ FSC มีกระบวนการประเมินความเสี่ยงและการตรวจสอบที่สอดคล้องกับแนวทาง Due Diligence ของ EUDR
- ลดต้นทุน Compliance ใช้กระบวนการ FSC ที่มีอยู่เป็นฐานในการพัฒนาระบบ EUDR compliance ลดการทำงานซ้ำซ้อน
FSC CoC และ EUDR — เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?
หลายองค์กรเข้าใจผิดว่า "มี FSC = ผ่าน EUDR อัตโนมัติ" ความจริงคือทั้งสองระบบมีทั้งส่วนที่เชื่อมโยงกันและส่วนที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
| ด้าน | FSC Chain of Custody | EUDR |
|---|---|---|
| ประเภท | มาตรฐานสมัครใจ (Voluntary Standard) | กฎระเบียบบังคับ (Mandatory Regulation) |
| ขอบเขตสินค้า | ผลิตภัณฑ์ไม้และป่าไม้เป็นหลัก | 7 ประเภทสินค้า (ไม้, ปาล์ม, โกโก้, กาแฟ, ถั่วเหลือง, เนื้อวัว, ยาง) |
| ผู้รับผิดชอบ | ทุกจุดใน Supply Chain (ป่า → โรงงาน → ผู้ค้า) | Operator (ผู้นำสินค้าเข้าสู่ตลาด EU) และ Trader |
| ข้อมูลที่ต้องการ | Certificate number, ชื่อสายพันธุ์, ปริมาณวัตถุดิบ | Geolocation (GPS coordinates) ระดับ plot, Due Diligence Statement |
| การตรวจสอบ | ตรวจสอบโดย Certification Body (บุคคลที่สาม) | ตรวจสอบโดย Competent Authority ของรัฐบาล EU |
| เป้าหมายร่วม | ลดการตัดไม้ทำลายป่า และสร้าง Supply Chain ที่โปร่งใส | |
FSC CoC เป็น "เครื่องมือสนับสนุน" ที่ดีเยี่ยม แต่ไม่ใช่ข้อยืนยันการปฏิบัติตาม EUDR โดยอัตโนมัติ องค์กรยังคงต้องจัดทำ Due Diligence System แยกต่างหาก ประเมินความเสี่ยงเพิ่มเติม และจัดเตรียมข้อมูล Geolocation ระดับ plot ตามข้อกำหนด EUDR
Due Diligence System — สิ่งที่องค์กรต้องดำเนินการ
- การรวบรวมข้อมูล (Information Collection)
จัดเก็บข้อมูลที่จำเป็น ได้แก่ ชื่อและประเภทสินค้า ประเทศต้นทาง Geolocation (ละติจูด/ลองจิจูด) ระดับ plot ของพื้นที่เก็บเกี่ยว และข้อมูลผู้จัดหาสินค้า
- การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
วิเคราะห์ความเสี่ยงจากข้อมูลที่รวบรวม โดยพิจารณาจากอัตราการตัดไม้ในประเทศต้นทาง การบังคับใช้กฎหมาย และความซับซ้อนของ Supply Chain
- การลดความเสี่ยง (Risk Mitigation)
หากพบความเสี่ยงที่ "ไม่ใช่ negligible" ต้องดำเนินมาตรการเพิ่มเติม เช่น การตรวจสอบเอกสาร การตรวจสอบอิสระ หรือการสุ่มตรวจ
จาก Certification สู่ System Thinking — การเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ
การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดในยุค EUDR คือการเปลี่ยนกรอบความคิดจาก "การมีใบรับรอง" ไปสู่ "การมีระบบ"
Strategic Insight: Certification = Foundation / Compliance = Capability
ใบรับรองคือจุดเริ่มต้น แต่การ comply ที่แท้จริงคือความสามารถขององค์กรในการบริหาร ติดตาม และพิสูจน์ข้อมูลได้ตลอดเวลา
อนาคตของ Supply Chain ที่ตรวจสอบได้ (Verifiable Supply Chain)
EUDR ไม่ใช่เพียงกฎระเบียบ แต่เป็น "สัญญาณ" ที่บอกว่าตลาดโลกกำลังเดินไปสู่ Supply Chain ที่ตรวจสอบได้จริง องค์กรที่สามารถปรับตัวได้จะ:
- รักษาการเข้าถึงตลาด EU: ไม่ถูกกีดกันออกจากตลาด EU ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่และมีมูลค่าสูงระดับโลก
- เพิ่มความเชื่อมั่นของคู่ค้า: สร้างความไว้วางใจกับ partner ระดับนานาชาติที่ให้ความสำคัญกับ ESG
- เสริมความแข็งแกร่ง ESG: ผลลัพธ์ที่ได้สนับสนุน ESG Score ซึ่งมีผลต่อการลงทุนและชื่อเสียงองค์กร
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FSC-CoC และ EUDR
FSC Chain of Custody (CoC) คือระบบติดตามผลิตภัณฑ์ป่าไม้จากแหล่งต้นทาง (ป่าที่ได้รับการรับรอง FSC) ผ่านทุกขั้นตอนของการแปรรูปและการจัดจำหน่าย จนถึงผลิตภัณฑ์สุดท้าย ทุกองค์กรในห่วงโซ่ต้องได้รับการรับรอง CoC จาก Certification Body ที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้สามารถใช้ฉลาก FSC บนผลิตภัณฑ์ได้
ใช่ — ยังจำเป็นต้องทำ Due Diligence เพิ่มเติม แม้ว่า FSC CoC จะเป็นรากฐานที่ดีเยี่ยม แต่ EUDR ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมที่ FSC ไม่ได้จัดเก็บโดยตรง โดยเฉพาะ Geolocation (พิกัด GPS) ระดับ plot ของพื้นที่เก็บเกี่ยว และการจัดทำ Due Diligence Statement (DDS) อย่างเป็นทางการ
Traceability หมายถึงความสามารถในการติดตามและระบุที่มาของสินค้าในทุกขั้นตอนของ Supply Chain ภายใต้ EUDR นี่ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อบังคับ องค์กรต้องสามารถระบุได้ว่า วัตถุดิบมาจากพื้นที่ใด (ระดับ GPS plot), ผ่านกระบวนการใดบ้าง, และมีความเสี่ยงต่อการตัดไม้ทำลายป่าหรือไม่ ระบบ FSC CoC ช่วยสร้างโครงสร้างพื้นฐานของ Traceability ที่สามารถต่อยอดเพื่อ EUDR ได้
ใช่ — หากองค์กรส่งออกสินค้าที่อยู่ภายใต้ขอบเขต EUDR (ยาง, ไม้, กาแฟ, โกโก้ ฯลฯ) ไปยังตลาดสหภาพยุโรป องค์กรนั้นจะต้องปฏิบัติตาม EUDR ทั้งในฐานะผู้ผลิต ผู้ส่งออก หรือเป็นส่วนหนึ่งของ Supply Chain ที่สินค้าปลายทางจำหน่ายใน EU ไทยเป็นประเทศผู้ส่งออกยางพารา ไม้แปรรูป และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง
ผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม EUDR อาจเผชิญกับบทลงโทษที่รัฐสมาชิก EU กำหนด ซึ่งรวมถึง ค่าปรับที่สัมพันธ์กับมูลค่าความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม, การห้ามนำสินค้าเข้าสู่ตลาด EU, การยึดและทำลายสินค้า, และการห้ามเข้าร่วมการจัดซื้อจัดจ้างสาธารณะชั่วคราว นอกจากนี้ยังส่งผลเสียต่อชื่อเสียงและความสัมพันธ์ทางการค้าในระยะยาว
เกี่ยวกับ SGS
SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource
SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย





