ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา “IVDR bottleneck” กลายเป็นหนึ่งในคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในวงการ Medical Device โดยเฉพาะกลุ่ม In Vitro Diagnostic (IVD) เนื่องจากเป็นปัญหาหลักที่ส่งผลต่อการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ การเข้าถึงตลาด และความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตทั่วโลก
บทความนี้จะพาคุณเข้าใจภาพรวมของ IVDR พร้อมเจาะลึกปัญหา bottleneck และเชื่อมโยงกับหัวข้อสำคัญ เช่น IVDR compliance, IVDR requirements, IVDR classification, Notified Body IVDR และ EUDAMED IVDR
IVDR คืออะไร และทำไมถึงสำคัญ
IVDR (Regulation (EU) 2017/746) เป็นกฎหมายของสหภาพยุโรปที่ใช้ควบคุมอุปกรณ์วินิจฉัยทางการแพทย์ (IVD) โดยมีผลบังคับใช้จริงตั้งแต่วันที่ 26 พฤษภาคม 2022
เป้าหมายหลักคือ:
- เพิ่มความปลอดภัยของผู้ป่วย
- ยกระดับคุณภาพและความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์
- เพิ่มความโปร่งใสของข้อมูลผ่านระบบดิจิทัล
อย่างไรก็ตาม กฎใหม่ที่เข้มงวดขึ้นนี้นำไปสู่ปัญหา “IVDR bottleneck” ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ
IVDR Bottleneck คืออะไร?
IVDR bottleneck หมายถึงสถานการณ์ที่มีผลิตภัณฑ์จำนวนมากต้องขอการประเมิน แต่มีหน่วยงานตรวจประเมิน (Notified Body IVDR) ไม่เพียงพอ
ผลลัพธ์คือ:
- กระบวนการ certification ล่าช้า
- เกิด backlog ของ submission
- บริษัทไม่สามารถวางสินค้าใน EU market ได้ทันเวลา
สาเหตุหลักของ IVDR Bottleneck
- จำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องผ่าน Notified Body เพิ่มขึ้นมหาศาล
ภายใต้ IVDR:
- เดิมใน IVDD มีเพียง ~15% ของ IVD ที่ต้องตรวจโดย NB
- แต่ใน IVDR เพิ่มเป็น 80–90% ต้องผ่าน NB
ทำให้ demand ต่อ Notified Body IVDR เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
- IVDR Requirements เข้มงวดขึ้น
IVDR requirements ครอบคลุมทั้ง lifecycle ของผลิตภัณฑ์ เช่น:
- Performance / clinical evidence
- Technical documentation
- Post-market surveillance (PMS)
ทำให้การประเมินใช้เวลานานขึ้นต่อหนึ่ง product
- Notified Body IVDR มีจำนวนจำกัด
Notified Body คือหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจประเมินและออก CE certificate
ปัญหาคือ:
- จำนวน NB ที่ได้รับ designation ภายใต้ IVDR ยังมีน้อย
- capacity ของแต่ละ NB จำกัด
เกิด “คอขวด” (bottleneck) อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- IVDR Classification ที่ซับซ้อน
IVDR แบ่ง classification เป็น:
- Class A (low risk)
- Class B
- Class C
- Class D (high risk)
โดย Class B, C, D ต้องผ่าน Notified Body ทั้งหมด → เพิ่ม workload แบบก้าวกระโดด

บทบาทของ EUDAMED IVDR
EUDAMED IVDR คือฐานข้อมูลกลางของ EU ที่ใช้สำหรับ:
- ลงทะเบียนผู้ผลิต (manufacturer, importer)
- ลงทะเบียน product (UDI)
- รายงาน incident และ PMS
แม้ว่าจะช่วยเพิ่ม transparency แต่ในช่วงเริ่มต้น ระบบยัง rollout ไม่ครบ
ทำให้กระบวนการบางส่วนล่าช้าและเพิ่ม complexity
ผลกระทบจาก IVDR Bottleneck
- เกิดความล่าช้าในการเข้าสู่ตลาด
ผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องรอการประเมินนานทำให้สูญเสียโอกาสทางธุรกิจ
- สินค้าหายจากตลาด (device shortage)
บางบริษัทเลือก:
- discontinue product
- focus เฉพาะ product ที่ profitable
- ต้นทุนเพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายเพิ่มใน:
- Regulatory consulting
- Testing / clinical evidence
- Quality system
- Innovation ช้าลง
บริษัทเลื่อน launch product ใหม่ เพราะ regulatory burden สูง
แนวทางรับมือ IVDR Bottleneck
- เตรียม Technical Documentation ล่วงหน้า
align กับ IVDR requirements ตั้งแต่ early stage
- วาง strategy ตาม IVDR classification
prioritize product ที่สำคัญ (Class สูง → risk สูง)
- ติดต่อ Notified Body IVDR เร็วที่สุด
ลดความเสี่ยง queue ยาว
- ใช้ EUDAMED IVDR อย่างถูกต้อง
เตรียมข้อมูลและ UDI ให้พร้อม
- วาง roadmap ระยะยาว (Transition planning)
โดยเฉพาะ legacy devices
สรุป
IVDR bottleneck ไม่ใช่แค่ปัญหาชั่วคราว แต่เป็น structural challenge ของระบบ
เกิดจาก:
- ปริมาณงานเพิ่ม (IVDR classification + requirement ใหม่)
- resource จำกัด (Notified Body IVDR)
- ระบบใหม่ (EUDAMED IVDR)
องค์กรที่อยากอยู่รอดใน EU market จำเป็นต้องเข้าใจทั้ง IVDR compliance และ IVDR requirements อย่างลึกซึ้ง พร้อมวางกลยุทธ์เชิงระบบ ไม่ใช่แค่ reactive
หากคุณทำงานด้าน QA/RA หรือ Audit เรื่อง IVDR bottleneck ถือเป็นหนึ่งใน “risk เรื่องใหญ่ที่สุด” ที่ต้อง monitor อย่างต่อเนื่อง
เกี่ยวกับ SGS
SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource
SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย



