ติดต่อ

ISO 13485 คืออะไร? คู่มือเตรียมพร้อมมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ฉบับเข้าใจง่าย

SGS Thailand BlogAugust 10, 2026

ISO 13485 คือมาตรฐานสากลสำหรับระบบบริหารจัดการคุณภาพของอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ครอบคลุมการออกแบบ การผลิต การติดตั้ง การให้บริการ การควบคุมเอกสาร การบริหารความเสี่ยง และการปฏิบัติตามข้อกำหนดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เหมาะสำหรับผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้ให้บริการ และซัพพลายเออร์ในอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์

ISO 13485 คืออะไร? ทำไมผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ต้องรู้

ISO 13485 คือมาตรฐานสากลที่กำหนดข้อกำหนดสำหรับระบบบริหารจัดการคุณภาพ (QMS) ซึ่งออกแบบมาสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ซึ่งเป็นมาตรฐานที่ครอบคลุมถึงการวิจัยและพัฒนา การนำไปปฏิบัติ และการธำรงรักษาระบบเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้องกับระบบบริหารจัดการคุณภาพและเครื่องมือแพทย์ เหมาะสำหรับผู้ผลิต ผู้ให้บริการ ผู้จัดจำหน่ายและซัพพลายเออร์เครื่องมือแพทย์ การประยุกต์ใช้และปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐาน ISO 13485 จะช่วยให้องค์กรสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อกำหนดและกฎหมายต่างๆในการเข้าสู่ตลาดเครื่องมือแพทย์ของประเทศไทยรวมถึงประเทศต่างๆในภูมิภาคและประเทศต่างๆทั่วโลกได้

คุณภาพของเครื่องมือแพทย์ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของเครื่องมือ รวมถึงความปลอดภัยของผู้ป่วย ผู้ใช้งาน และบุคคลอื่น ด้วยเหตุนี้ กฎระเบียบข้อกำหนดและกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ เช่น พรบ.เครื่องมือแพทย์ จึงกำหนดให้ผู้ผลิตเครื่องมือแพทย์ ผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์และผู้จัดจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ต้องจัดให้มีระบบการบริหารจัดการคุณภาพภายในองค์กร นอกจากนี้ยังมีกฎระเบียบข้อกำหนดและกฎหมายของประเทศต่างๆที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคและประเทศต่างๆทั่วโลกมีความสอดคล้องและอ้างอิงกับมาตรฐาน ISO 13485 ในประเด็นสำคัญหลายประการ ดังนี้

  • ประเทศแคนาดา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น บราซิลและสหรัฐอเมริกา: ผู้ผลิตที่ประสงค์จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในประเทศดังกล่าวจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบ Medical Device Single Audit Program ซึ่งมีการอ้างอิงตามมาตรฐานISO13485:2016 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกฎระเบียบดังกล่าว
  • ประเทศสหรัฐอเมริกา: ผู้ผลิตที่ประสงค์จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ในสหรัฐอเมริกาจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบว่าด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพของ FDA (US FDA QMSR) ซึ่งมีการอ้างอิงมาตรฐาน ISO13485:2016 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกฎระเบียบดังกล่าว
  • ประเทศในสหภาพยุโรป: ผู้ผลิตที่ประสงค์จะวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในสหภาพยุโรปจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของสหภาพยุโรปว่าด้วยเครื่องมือแพทย์ (Medical Device Regulation) และกฎระเบียบว่าด้วยเครื่องมือแพทย์สำหรับการตรวจวินิจฉัยภายนอกร่างกาย (In-Vitro Diagnostic Medical Device Regulation) ซึ่งก็มีการอ้างอิงมาตรฐาน ISO13485:2016 มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของกฎระเบียบดังกล่าวด้วยเช่นกัน เป็นต้น

ประโยชน์ของการได้ใบรับรอง ISO 13485 มีอะไรบ้าง?

การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO13485 ได้ประโยชน์ต่อผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่ายและผู้ให้บริการเครื่องมือแพทย์ทั้งในด้านการยอมรับทางกฎหมาย การดำเนินธุรกิจ และความน่าเชื่อถือ โดยประโยชน์ที่องค์กรจะได้รับ ดังนี้

  • ขยายโอกาสเข้าสู่ตลาดเครื่องมือแพทย์ทั่วโลก

    องค์กรสามารถเข้าสู่ตลาดโลกของเครื่องมือแพทย์และผ่านเกณฑ์ของหลายประเทศและยังเป็นใบเบิกทางสำคัญในการขึ้นทะเบียนเครื่องมือแพทย์ในภูมิภาคหลัก เช่น ยุโรป (EU MDR), สหรัฐอเมริกา (FDA QMSR), แคนาดา, บราซิล, ออสเตรเลีย, ญี่ปุ่น, สหรัฐฯ (MDSAP) เป็นต้น

  • เพิ่มโอกาสการส่งออกและการเติบโตทางธุรกิจ

    เพิ่มโอกาสในการส่งออกเนื่องจากคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศส่วนใหญ่จะกำหนดให้ผู้ผลิตต้องได้รับการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 13485 เป็นเงื่อนไขในการดำเนินธุรกิจ

  • เสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความได้เปรียบทางการแข่งขัน

    สร้างความน่าเชื่อถือและภาพลักษณ์ขององค์กรและสามารถรับประกันความปลอดภัยของเครื่องมือแพทย์ให้กับแพทย์ โรงพยาบาล คลีนิครวมถึงผู้ป่วย สามารถมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์นั้น มีความปลอดภัยและมีคุณภาพสม่ำเสมอและรักษามาตรฐานผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันและสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งที่ไม่มีระบบมาตรฐาน ISO 13485 และช่วยเพิ่มโอกาสในการชนะการประมูลงานภาครัฐหรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่

  • ยกระดับการบริหารความเสี่ยงและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์

    เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการกับความเสี่ยง ลดความเสี่ยง หรือควบคุมความเสี่ยงของเครื่องมือแพทย์ โดยผ่านกระประยุกต์ใช้ มาตรฐาน ISO 14971 ซึ่งเป็นระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ตลอดอายุการหรือวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ของเครื่องมือแพทย์ ช่วยลดโอกาสเกิดผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน ลดต้นทุนที่เกิดจากความผิดพลาด ลดอัตราการเกิดของเสียในกระบวนการผลิต และลดการถูกเรียกคืนสินค้า การทำจัดทำรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (Vigilance) ช่วยให้องค์กรมีระบบการจัดเก็บเอกสารและบันทึกประวัติการผลิตที่เป็นระบบ นอกจากนี้องค์กรสามารถเตรียมความพร้อมสำหรับการถูกตรวจสอบจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือแพทย์ เช่น อย. (Thai FDA) ได้ตลอดเวลา

  • สร้างซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพและน่าเชื่อถือมากขึ้น

    ปรับปรุงซัพพลายเชนให้แข็งแกร่ง คัดกรองคู่ค้าอย่างมีระบบ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีเกณฑ์ที่ชัดเจนในการเลือกและประเมินผู้ส่งมอบวัตถุดิบ ควบคุมสัญญารับจ้างการผลิต นอกจากนี้หากองค์กรเป็นผู้รับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ให้กับบริษัทเครื่องมือแพทย์ชั้นนำในตลาดโลก การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO13485 นี้จะช่วยดึงดูดให้แบรนด์เครื่องมือแพทย์ระดับโลกรายใหญ่เข้ามาจ้างการผลิตมากขึ้น

ขั้นตอนการจัดทำระบบมาตรฐาน ISO 13485 จนได้รับใบรับรอง ISO 13485

การจัดทำระบบมาตรฐาน ISO 13485 จนได้รับการรับรองประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. ขั้นตอนที่ 1: การเตรียมความพร้อมและวางแผน

    ผู้บริหารองค์กรต้องแสดงถึงความมุ่งมั่นในการจัดทำระบบมาตรฐาน ISO 13485 โดยการแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายบริหาร (QMR) และจัดตั้งทีมงานรับผิดชอบหลักจากทุกแผนก จัดอบรมให้ความรู้แก่พนักงานที่เกี่ยวกับข้อกำหนด ISO 13485 และจัดทำและเก็บข้อมูลรายงานระบบการบริหารความเสี่ยงเครื่องมือแพทย์ (ISO 14971) ประเมินสถานะปัจจุบันและตรวจสอบระบบการจัดการดั้งเดิมขององค์กรเปรียบเทียบกับข้อกำหนดระบบมาตรฐาน ISO 13485 เพื่อหาจุดที่ต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติม

  2. ขั้นตอนที่ 2: การกำหนดและจัดทำระบบเอกสาร

    องค์กรจะต้องจัดทำเอกสารระบบคุณภาพ จัดทำคู่มือคุณภาพ (Quality Manual) ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (SOP) และคู่มือการทำงาน (WI) ให้สอดคล้องกับระเบียบข้อกำหนดและกฎหมายของเครื่องมือแพทย์ รวมถึงวิเคราะห์ความเสี่ยงผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ โดยพิจารณาตลอดอายุการใช้งานหรือตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ โดยการนำระบบบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) มาประยุกต์ใช้กับการประเมินผลิตภัณฑ์และกระบวนการผลิต

  3. ขั้นตอนที่ 3: การนำระบบที่จัดทำขึ้นไปปฏิบัติและจัดเก็บเอกสาร

    องค์กรทำการปฏิบัติงานจริงตามขั้นตอนที่กำหนดไว้และเก็บบันทึกข้อมูลการผลิตหรือข้อมูลการให้การบริการรวมถึงผลการตรวจสอบคุณภาพ ทำการตรวจสอบความสม่ำเสมอของกระบวนการผลิตหรือกระบวนการให้บริการ (process validation)

  4. ขั้นตอนที่ 4: การประเมินการตรวจติดตามภายในและการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

    องค์กรทำการตรวจประเมินภายใน (Internal Audit) โดยการแต่งตั้งทีมตรวจติดตามภายในเพื่อเข้าตรวจสอบทุกแผนก เพื่อหาข้อบกพร่องและแนวทางแก้ไข การทบทวนของฝ่ายบริหาร (Management Review) ผู้บริหารระดับสูงประชุมร่วมกันเพื่อประเมินความพร้อมและประสิทธิภาพของระบบการจัดการระบบในภาพรวม

  5. ขั้นตอนที่ 5: การตรวจรับรองโดยหน่วยงานภายนอก (Certification Audit)

    การตรวจประเมินโดยหน่วยงานที่ให้การรับรองภายนอก Certification Body (CB) ซึ่งประกอบด้วย 2 ขั้นตอน ได้แก่ การตรวจ Stage 1 Audit เป็นตรวจสอบความพร้อมของระบบการจัดการและเอกสารก่อนการตรวจเพื่อให้การรับรอง Stage 2 Audit เป็นการตรวจเพื่อให้การรับรองโดยเป็นการตรวจประเมิน ณ สถานที่จริงเพื่อตรวจสอบว่าองค์กรมีระบบการจัดการสอดคล้องตามเอกสารและได้มาตรฐานสำหรับให้การรับรอง (Certification) เมื่อองค์กรได้รับใบรับรอง ISO 13485 ซึ่งใบรับรองจะมีอายุ 3 ปี และองค์กรต้องรับการตรวจติดตามประจำปี (Surveillance Audit) ทุกปี

คำถามที่พบบ่อย

เครื่องมือแพทย์ตามคำจำกัดความตามกฎหมายและสาธารณสุขของประเทศไทย เช่น อย. มีหลากหลายผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์ ไม่ได้หมายถึงแค่เครื่องมือผ่าตัดหรือเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลเท่านั้นแต่รวมไปถึงสิ่งของที่เราใช้ในชีวิตประจำวันด้วย โดยหลักการพิจารณาผลิตภัณฑ์ที่เข้าข่ายเป็นเครื่องมือแพทย์คำนึงถึงสิ่งใดก็ตามที่ผู้ผลิตมีเจตนาให้ใช้กับมนุษย์เพื่อ การวินิจฉัย การป้องกัน การติดตาม การบำบัด การรักษา หรือการบรรเทาโรคและอาการบาดเจ็บ อาจรวมถึงการคุมกำเนิดสามารถจัดว่าเข้าข่ายเป็นเป็นเครื่องมือแพทย์ได้ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์สินค้าที่เข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ออกเป็นหมวดหมู่ ดังนี้

1. เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน (Home Use/Consumer Devices) เป็นสิ่งที่เราหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยาหรือห้างสรรพสินค้าเพื่อดูแลสุขภาพตัวเองที่บ้าน เช่น

  • ชุดตรวจคัดกรอง: ชุดตรวจโควิด-19 ชุดทดสอบการตั้งครรภ์ ชุดตรวจน้ำตาลในเลือด
  • อุปกรณ์วัดและติดตาม ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิต เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว ปรอทวัดไข้
  • สินค้าเพื่อสุขอนามัยและการป้องกัน ได้แก่ หน้ากากอนามัยทางการแพทย์ ถุงยางอนามัย เจลหล่อลื่น
  • อุปกรณ์ดูแลสายตา ได้แก่ คอนแทคเลนส์ น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ แว่นสายตา

2. วัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ (Medical Consumables/Disposables) เป็นวัสดุที่ใช้แล้วทิ้ง ทั้งที่ใช้ในบ้านและในสถานพยาบาล เช่น

  • สำลี ผ้าก๊อซ พลาสเตอร์ยา เทปแต่งแผล
  • กระบอกฉีดยา (Syringe) เข็มฉีดยา
  • ถุงมือทางการแพทย์ (ถุงมือตรวจโรค/ถุงมือผ่าตัด)
  • สายน้ำเกลือ ถุงเก็บปัสสาวะ

3. อุปกรณ์เพื่อการกายภาพบำบัดและช่วยพยุง (Rehabilitation/Mobility Aids) เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องการเคลื่อนไหวหรือการฟื้นฟูร่างกาย เช่น

  • รถเข็นผู้ป่วย (Wheelchair) ทั้งแบบธรรมดาและไฟฟ้า
  • ไม้เท้า วอล์กเกอร์ (Walker) ไม้ค้ำยัน
  • เตียงผู้ป่วย ที่นอนลมป้องกันแผลกดทับ
  • อุปกรณ์พยุงข้อต่อ (Braces/Supports) เช่น เฝือกคอ ผ้ารัดเข็มขัดพยุงหลัง

4. เครื่องมือและอุปกรณ์ขนาดใหญ่ในโรงพยาบาล (Hospital&Capital Equipment) เป็นเครื่องมือเทคโนโลยีสูงที่ต้องควบคุมโดยบุคลากรทางการแพทย์ เช่น

  • เครื่องมือวินิจฉัยโรค ได้แก่ เครื่องเอกซเรย์ (X-Ray) เครื่อง CT scan เครื่อง MRI เครื่องอัลตราซาวด์
  • เครื่องมือช่วยชีวิตและรักษา ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจ (Ventilator) เครื่องกระตุกหัวใจ (AED/Defibrillator) เครื่องฟอกไต
  • เครื่องมือในห้องผ่าตัด ได้แก่ มีดผ่าตัด เครื่องดมยาสลบ โคมไฟผ่าตัด

5. อุปกรณ์ที่ฝังตัวในร่างกาย (Implantable Devices) เป็นอุปกรณ์ที่แพทย์ต้องทำการผ่าตัดฝังเข้าไปในร่างกายของคนไข้ เช่น

  • เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pacemaker)
  • ข้อสะโพกเทียม ข้อเข่าเทีย, ซิลิโคนเสริมหน้าอก
  • รากฟันเทียม เลนส์แก้วตาเทียม

6. ซอฟต์แวร์ทางการแพทย์ (Software as a Medical Device) ในปัจจุบันมีแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้วิเคราะห์ผลโรคโดยเฉพาะ เช่น

  • ซอฟต์แวร์ AI ที่ช่วยแพทย์อ่านผลฟิล์มเอกซเรย์เพื่อวินิจฉัยมะเร็ง เป็นต้น

บริษัทขนาดเล็กอาจไม่จำเป็นต้องขอการรับรอง ISO 13485 ทุกบริษัทเสมอไป แต่หลักสำคัญในทางปฏิบัติจะขึ้นอยู่กับข้อกำหนดกฎหมายเกี่ยวกับเครื่องมือแพทย์ของแต่ล่ะประเทศ รวมถึง อย. ของประเทศไทยซึ่งจะบังคับให้บริษัทผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าเครื่องมือแพทย์บางประเภทจำเป็นต้องมีระบบบริหารจัดการคุณภาพที่เทียบเท่าหรืออิงตามมาตรฐาน ISO 13485

  • โอกาสในการส่งออกผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนเครื่องมือแพทย์ไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย หรือญี่ปุ่น การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 13485 เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งร่วมกับข้อกำหนดกฎหมายของประเทศนั้นๆในการได้รับใบอนุญาตในการวางจำหน่ายเครื่องมือแพทย์ในประเทศเหล่านี้ได้
  • โอกาสในการเป็นผู้รับจ้างการผลิตให้กับบริษัทเครื่องมือแพทย์ชั้นนำในตลาดโลก โดยบริษัทเหล่านี้มักจะกำหนดให้ซัฟพลายเออร์หรือบริษัทรับจ้างผลิตจะต้องมีใบรับรอง  ISO 13485 เพื่อความมั่นใจว่าการผลิตเครื่องมือแพทย์นั้นมีความปลอดภัยและมีมาตรฐานการผลิตที่สม่ำเสมอ
  • โอกาสในการชนะการประมูลงานภาครัฐหรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่ โดยเงื่อนไขส่วนนึงของการเข้าร่วมประมูลงานภาครัฐหรือโรงพยาบาลขนาดใหญ่นั้นคือบริษัทผู้เข้าร่วมประมูลต้องได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 13485

เกี่ยวกับ SGS

SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด

คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource

SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวธุรกิจAugust 07, 2026

IVDR Bottleneck: ความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรม IVD ในยุโรป

IVDR Bottleneck คือปัญหาคอขวดในการรับรองผลิตภัณฑ์ IVD ภายใต้ IVDR ของสหภาพยุโรป ส่งผลต่อการขึ้นทะเบียน การเข้าสู่ตลาด และการปฏิบัติตามข้อกำหนด IVDR เรียนรู้สาเหตุ ผลกระทบ และแนวทางเตรียมความพร้อม
ข่าวธุรกิจJuly 17, 2026

BRCGS Food Safety Module 11 Meat Supply Chain Assurance Version 2026: การเปลี่ยนแปลงสำคัญ แนวทางการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน และ Checklist ความพร้อมขององค์กร

BRCGS Food Safety Module 11 Meat Supply Chain Assurance Version 2026 มีผลสำหรับ Audit ที่เริ่มตั้งแต่ 1 กันยายน 2026 โดยมุ่งเน้นการปรับปรุงด้าน Traceability, Supplier Assurance, Species Control, Root Cause Analysis และ Risk-Based Product Testing เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ความปลอดภัยอาหาร และความน่าเชื่อถือของห่วงโซ่อุปทานเนื้อสัตว์
Anti bribery and corruption concept, Business man refusing and don't receive money banknote in envelope offer from business people to accept agreement contract of investment deal.
ข่าวธุรกิจJuly 10, 2026

ISO 37001 คืออะไร? 6 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบการจัดการการต่อต้านการให้สินบน

เรียนรู้ ISO 37001 มาตรฐานระบบการจัดการการต่อต้านการให้สินบน (ABMS) พร้อมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสินบน ประโยชน์ของมาตรฐาน การรับรอง และแนวทางบริหารความเสี่ยงขององค์ก 
Oil or Serum bottle and pipette in petri dish on grey background. Pink cosmetic product, selective focus.
ข่าวธุรกิจJuly 02, 2026

แนวทางการขอการรับรอง ISO 22716 เพื่อยกระดับคุณภาพและความปลอดภัยเครื่องสำอาง

เรียนรู้ขั้นตอนการเตรียมความพร้อมสำหรับการรับรอง ISO 22716 มาตรฐาน GMP สำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ครอบคลุมระบบคุณภาพ การฝึกอบรมบุคลากร การควบคุมการผลิต และการตรวจติดตามภายใน เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและขยายโอกาสทางธุรกิจ

ข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก

  • SGS - Thailand - Bangkok, Head Office

238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,

Chong Nonsi, Yannawa, 10120,

กรุงเทพ, ประเทศไทย