สำหรับ FSCTM (Forest Stewardship Council TM), PEFC (Program for the Endorsement of Forest Certification)
กฎระเบียบ EUDR เป็นมาตรการใหม่ของสหภาพยุโรปที่มุ่งป้องกันการตัดไม้ทำลายป่า พร้อมยกระดับความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรทั่วโลก ผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจึงต้องเตรียมระบบตรวจสอบย้อนกลับ (DDS) และข้อมูลการปฏิบัติตามอย่างรอบด้าน บทความนี้สรุปสาระสำคัญ ผลกระทบ และแนวทางเตรียมพร้อมที่ธุรกิจไทยไม่ควรมองข้าม

กฎระเบียบ 2023/1115 ของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรี วันที่ 31 พฤษภาคม 2566 (ต่อไปนี้เรียกว่า EUDR) ได้ถูกจัดทำขึ้นเพื่อลดการตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อมโทรมของป่าไม้ โดยกฎระเบียบดังกล่าวกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการวางจำหน่ายและการทำให้มีอยู่ในตลาดของสหภาพยุโรป รวมถึงการส่งออกจากสหภาพยุโรปของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องตามที่ระบุไว้ในภาคผนวก I ของกฏระเบียบนี้ มีผลบังคับใช้กับสินค้าเกษตรที่ประกอบด้วยหรือได้มาจาก วัว ถั่วเหลือง น้ำมันปาล์ม โกโก้ ยางพารา กาแฟ และไม้ โดยจะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบนี้ ก่อนการนำสินค้าเข้าและส่งสินค้าออก ผู้ประกอบการจะต้องจัดทำและยื่นรายงานแถลงการตรวจสอบสถานะ (due diligence statement) ในระบบสารสนเทศที่ทางสหภาพได้จัดเตียมไว้ ซึ่งผู้ประกอบการและผู้ค้าขนาดใหญ่จะต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ธันวาคม 2026 ในขณะที่วิสาหกิจขนาดเล็กและรายย่อยจะมีเวลาจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2027
การตรวจสอบย้อนกลับห่วงโซ่อุปทานของ EUDR ตามกระบวนการ Due Diligence System (DDS) ซึ่งเป็นกรอบการทำงานและวิธีการตามที่ระบุไว้ใน กฎระเบียบ 2023/1115 ของรัฐสภายุโรปและคณะมนตรี(ต่อไปนี้เรียกว่า EUDR) เพื่อพิสูจน์ว่าสินค้าเหล่านี้ไม่ได้มาจากการตัดไม้ทำลายป่าและการเสื่อมโทรมของป่าไม้ หลังวันที่ 31 ธันวาคม 2563 และ สินค้าเหล่านี้ผลิตถูกต้องตามกฏหมายของประเทศผู้ผลิต ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องดำเนินการตรวจสอบวิเคราะห์สถานะอย่างรอบคอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จัดหาโดยซัพพลายเออร์แต่ละราย โดยมีขั้นตอนดังนี้ การรวบรวมข้อมูลและเอกสาร การวัดผลการประเมินความเสี่ยง และมาตรการบรรเทาความเสี่ยง หลังจากที่สินค้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นสินค้าที่ไม่มีความเสี่ยงแล้ว ถึงจะสามารถส่งผ่านข้อมูลให้กับผู้ประกอบการและผู้ค้า เพื่อยื่นรายงานแถลงการตรวจสอบสถานะ (due diligence statement) ในระบบสารสนเทศที่ทางสหภาพยุโรปได้จัดเตียมไว้สำหรับประกอบการนำเข้า หรือ ส่งออก
สินค้าที่ผ่านการรับรอง FSCTM, PEFC, RSPO และ อื่นๆ เป็นสินค้าที่มีสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ประกอบการหรือลูกค้าของผู้ประกอบการ เนื่องจากเป็นที่ยอมรับในระดับสากลสามารถช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ปฏิบัติตามข้อกำหนดของ EUDR ได้ ในฐานะที่มาตรฐานเหล่านี้เป็นหนึ่งในแนวทางการจัดการป่าไม้ที่ยั่งยืนที่มีความเข้มงวดสูง จึงมีความสอดคล้องอย่างยิ่งกับข้อกำหนดด้านความถูกต้องทางกฎหมายและความยั่งยืนของ EUDR และสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการต่าง ๆ ประเมินรวมถึง ลดความเสี่ยง ที่ผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ที่เกี่ยวข้องจะมาจากพื้นที่ที่มีการตัดไม้ทำลายป่าหรือการเสื่อมโทรมของป่าได้ แต่อย่างไรก็ดี สินค้ายังคงต้องได้รับการจัดทำ Deu Diligence System และยื่น Due Diligence Statement ผ่านระบบสารสนเทศที่ทางสหภาพยุโรปได้จัดเตียมไว้สำหรับประกอบการนำเข้า หรือ ส่งออก
แม้ว่าล่าสุดไทยจะได้รับการจัดอยู่ในกลุ่ม "Low Risk" (ความเสี่ยงต่ำ) จากทั้งหมด 3 ระดับ ถือว่าเป็นผลลัพทธที่ดีที่สุดในการจัดกลุ่มประเทศ ซึ่งช่วยลดภาระด้านเอกสารและกระบวนการลง แต่ก็ยังมีความท้าทายหลักที่ธุรกิจไทยต้องเผชิญ ยังคงมีอยู่ เช่น การตรวจสอบย้อนกลับและต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งในด้านบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการ ความจำเป็นในการพิสูจน์ที่มา การเก็บข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ (Geolocation data), อาจรวมไปถึง การไม่ให้ความร่วมมือที่ดีจากห่วงโซ่อุปทาน ความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรรายย่อยและ SMEs
อย่างไรก็ตาม EUDR ก็เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจไทยเช่นกัน หากสามารถปรับตัวและยกระดับมาตรฐานการผลิตได้ จะช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในตลาดโลก และส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่ยั่งยืน.
สำหรับ FSCTM (Forest Stewardship Council TM), PEFC (Program for the Endorsement of Forest Certification)
ระบบตรวจสอบสถานะอย่างรอบคอบ due diligence system (DDS) ขององค์กร รวมถึงรายการตรวจสอบและรายงาน โดยเน้นจุดที่ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดหรือจุดที่ควรปรับปรุง เพื่อให้การปฏิบัติตามเป็นไปอย่างราบรื่น
อธิบายกฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ
ด้านการจัดการอย่างยั่งยืน เช่น RSPO, ISCC, e.g.
SGS คือ บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายที่ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และสถานประกอบการกว่า 2,500 แห่ง ใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพที่มีความมุ่งมั่นกว่า 99,500 คน ด้วยประสบการณ์กว่า 145 ปีแห่งความเป็นเลิศในการให้บริการ เราผสานความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานสูงสุดด้านคุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความยั่งยืน
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – when you need to be sure – สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจนำเสนอบริการจากผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และแบรนด์เฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจ เช่น Brightsight, Bluesign, Maine Pointe และ Nutrasource
SGS เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN:SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย