ติดต่อ

คุณกำลังมองหาอะไร?

Loading component...

FAQ: การเตรียมตัวก่อน audit IATF 16949 stage 1 – pain point ที่องค์กรมักเจอและสิ่งที่พลาดบ่อย

SGS Thailand BlogJune 08, 2026

หากองค์กรกำลังเตรียมตัวขอการรับรอง IATF 16949 Stage 1 สิ่งที่มักเป็น pain point ไม่ใช่แค่ “มีเอกสารครบหรือยัง” แต่คือ “องค์กรเข้าใจระบบของตัวเองครบจริงหรือไม่” โดยเฉพาะเรื่อง ขอบเขตที่ขอการรับรอง, ความเชื่อมโยงของกระบวนการ, Customer Specific Requirements (CSRs), KPI และผลการดำเนินงานย้อนหลัง 12 เดือน, รวมถึง ความพร้อมของทีมและ Top Management หากเตรียมไม่ครบตั้งแต่ Stage 1 องค์กรมักสะดุดใน Stage 2 หรือบางกรณีอาจทำได้เพียง Letter of Conformance เท่านั้น

IATF 16949 สามารถทำได้เลยไหม หรือต้องมีมาตรฐานอื่นก่อน

หลายองค์กรมีคำถามตั้งแต่ต้นว่า IATF 16949 สามารถทำได้เลยหรือไม่ หรือต้องทำ ISO 9001 ก่อน

คำตอบคือ ในเชิงระบบ IATF 16949 เป็นมาตรฐานที่ต่อยอดจาก ISO 9001 ดังนั้นองค์กรไม่สามารถข้ามข้อกำหนดของ ISO 9001 ได้ แต่ในทางปฏิบัติ องค์กร ไม่จำเป็นต้องมีใบรับรอง ISO 9001 อยู่ก่อนเสมอไป หากเริ่มจากศูนย์ก็สามารถเข้าสู่การตรวจ IATF 16949 ได้ โดย auditor จะตรวจความสอดคล้องทั้งข้อกำหนดของ ISO 9001 และข้อกำหนดเฉพาะด้านยานยนต์ร่วมกัน
อย่างไรก็ตาม pain point ที่เจอบ่อยคือ องค์กรเข้าใจว่าแค่ “มีระบบ QMS” ก็เพียงพอ แต่จริง ๆ แล้ว IATF 16949 ต้องการมากกว่านั้น เช่น

  • การเชื่อมโยง process อย่างเป็นระบบ
  • การแสดง customer-specific requirements ให้ชัด
  • การวัดผลที่สะท้อนประสิทธิภาพของกระบวนการจริง
  • การบริหารความเสี่ยงและการตอบสนองในรูปแบบ PDCA

หากองค์กรมีมาตรฐานอื่นอยู่แล้ว โดยเฉพาะ ISO 9001 การเตรียมระบบจะง่ายขึ้นและในบางกรณี certification body อาจคำนวณ manday ให้เหมาะสมตามกฎและเงื่อนไขล่าสุด แต่ จำนวนวันตรวจที่ลดได้จริงต้องยืนยันกับ IATF-recognized CB โดยตรง เพราะ Rules 6th ให้ความสำคัญกับการคำนวณ audit duration, performance issues และเงื่อนไขเฉพาะของแต่ละไซต์

องค์กรแบบไหนขอการรับรอง IATF 16949 ได้บ้าง

อีก pain point ที่พบบ่อยมากคือ องค์กรถูกลูกค้าขอให้ทำ IATF 16949 แต่เมื่อตรวจสอบจริงกลับพบว่า ขอบเขตของผลิตภัณฑ์ยังไม่เข้าเกณฑ์ที่ขอการรับรองได้

โดยหลักการ องค์กรที่ขอการรับรอง IATF 16949 ต้องเป็นองค์กรที่ ผลิต automotive products / vehicles ที่เข้าเกณฑ์ของระบบ ไม่ใช่องค์กรที่มีเพียงงานออกแบบ งานขาย งานคลัง หรือ outsource การผลิตทั้งหมดให้ผู้อื่นทำแทน อีกทั้ง Rules 6th ยังขยายความเรื่อง eligibility ให้ชัดขึ้น โดยรวมถึงกลุ่ม replacement parts and materials และมีการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับ aftermarket parts ภายใต้เงื่อนไขของกฎล่าสุดด้วย

ดังนั้น ก่อนเริ่ม Stage 1 องค์กรควรถามตัวเองให้ชัดว่า

  • ชิ้นส่วนหรือชิ้นงานของเราเป็นส่วนประกอบอยู่ในรถยนต์จริงหรือไม่
  • ลูกค้ายานยนต์ของเรามีข้อกำหนดอะไรบ้าง
  • หากมี Aftermarket Part ต้องอธิบายและกำหนดขอบเขตอย่างไรให้สอดคล้องกับ Rule ล่าสุด

Audit planning information และเอกสารสำคัญที่ต้องเตรียมมีอะไรบ้าง

Stage 1 ไม่ใช่เพียงการ “ส่งเอกสารให้ครบ” แต่คือการพิสูจน์ว่าองค์กรมีความพร้อมที่จะเข้าสู่ Stage 2 ได้จริง โดย Rules 6th ให้ความสำคัญกับ audit planning อย่างมาก และกำหนดว่า audit planning information ควรส่งให้ CB ล่วงหน้าอย่างน้อย 30 วัน ก่อนการตรวจ อีกทั้ง Stage 2 ต้องเริ่มหลังปิด Stage 1 อย่างน้อย 20 วัน และไม่เกิน 90 วัน

เอกสารและข้อมูลที่มักเป็น pain point มีดังนี้

สิ่งที่มักพลาดในรอบการตรวจ Stage 1A

Documented processes and their sequence and interactions

องค์กรจำเป็นต้องมี แผนผังธุรกิจขององค์กร เพื่อให้อธิบายภาพรวมของทุกกระบวนการได้ชัดเจน ว่าแต่ละกระบวนการมี input และ output อย่างไร และเชื่อมต่อกันอย่างไรไปยังอีกกระบวนการหนึ่ง โดยมักแยกเป็น

  • MOP กระบวนการบริหาร
  • COP กระบวนการที่ทำให้เกิดสินค้า
  • SOP กระบวนการสนับสนุน
  • Outsource process ที่องค์กรใช้บริการ

หากองค์กรมีมากกว่าหนึ่งโรงงาน หรือมี process ที่อยู่ใน site อื่นแต่ทำหน้าที่ support กัน จะต้อง เชื่อมโยงเข้าหากันในแผนผัง ให้ auditor เห็นอย่างชัดเจน

Pain point: หลายองค์กรมี flowchart แต่ยังไม่ใช่ “process interaction” ที่สะท้อนระบบจริง จึงถูกถามต่อแล้วตอบไม่ได้ว่ากระบวนการไหนส่งต่ออะไรให้กระบวนการไหน

Process Owners and full names of personnel

องค์กรต้องระบุว่าในแต่ละกระบวนการ ใครคือผู้รับผิดชอบหลัก ไม่ใช่เพียงใส่ชื่อแผนกแบบกว้าง ๆ เพราะในการตรวจ Auditor จะมองหา owner ของ process นั้นจริง ๆ 

Pain point: หลายองค์กรเขียนโครงสร้างองค์กรไว้ แต่ไม่โยงกับ process owner ทำให้ตอบไม่ได้ว่าใครรับผิดชอบคุณภาพและผลลัพธ์ของแต่ละ process

Product Design Exclusion

ในกรณีที่องค์กร ไม่ได้ออกแบบผลิตภัณฑ์เอง จำเป็นต้องเขียนการขอยกเว้นข้อกำหนดที่ไม่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะประเด็นเกี่ยวกับ 8.3 ซึ่งหลายองค์กรเขียนว่า “ยกเว้นทั้งข้อ” แต่ในทางปฏิบัติมักทำไม่ได้ทั้งหมด เพราะแม้องค์กรไม่ได้ออกแบบตัวผลิตภัณฑ์ ก็อาจยังมี การออกแบบกระบวนการผลิต อยู่

Pain point: การ exclude แบบกว้างเกินไป เป็นประเด็นที่ auditor มักถามลึก และทำให้เกิดความไม่ชัดเจนใน scope ของระบบ

องค์กรต้องทำความเข้าใจว่า ข้อกำหนดของลูกค้าที่ส่งผลิตภัณฑ์ไปมีอะไรบ้าง และข้อกำหนดเหล่านั้นเกี่ยวข้องกับกระบวนการใดของบริษัท รวมถึงเชื่อมโยงไปยังข้อกำหนดของ IATF 16949 ข้อใด

Pain point: หลายองค์กรมี CSR ของลูกค้าอยู่จริง แต่ยังไม่ได้ทำเป็น matrix ที่เชื่อมโยงกับ process ขององค์กร จึงเกิดช่องว่างเวลาตอบ auditor

ประเด็นนี้เป็นคำถามที่พบบ่อยมากสำหรับองค์กรใหม่ เพราะหลายแห่งยังไม่มีการวัดผลครบ 12 เดือน ในทุกกระบวนการ MOP / COP / SOP

หากข้อมูล performance ยังไม่ครบ 12 เดือน องค์กรอาจขอได้เพียง Letter of Conformance ซึ่งมีอายุ 1 ปี และเมื่อมีข้อมูลครบแล้วจึงเข้าสู่ Initial Audit เพื่อออกใบรับรองต่อไป

Pain point: หลายองค์กรคิดว่าแค่มี KPI ก็พอ แต่สิ่งที่ auditor มองคือ “มีครบทุก process หรือไม่, trend เห็นชัดหรือไม่, และมี action เมื่อผลไม่เป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่”

องค์กรต้องรวบรวม

  • Customer complaint ย้อนหลัง 12 เดือน
  • Customer scorecards ย้อนหลัง 12 เดือน ซึ่งอาจมาจาก Email ของลูกค้า หรือระบบของลูกค้าโดยตรง

Rules 6th ยังให้ความสำคัญกับ performance issue ของลูกค้า OEM มากขึ้น หาก scorecard ไม่เป็นไปตาม target อาจต้องมีการเพิ่ม audit time เพื่อตรวจสอบ systemic corrective actions ได้

Pain point: บางองค์กรมี complaint แต่ไม่มีการสรุป root cause, corrective action และ effectiveness review ให้สอดคล้องกับระบบ

ระบบ IATF 16949 ต้องมี Internal Audit ครบทั้ง

  • System Audit
  • Process Audit
  • Product Audit

องค์กรควรสรุปภาพรวมผลจากการตรวจติดตามภายใน ประเด็นที่พบ status ของการแก้ไข และผลการดำเนินการ corrective / preventive action ให้ชัด

Pain point: หลายองค์กรทำ internal audit แบบ “ครบตามแผน” แต่ยังไม่สะท้อนความเสี่ยงจริงของ process และไม่ได้โยงกับผลลัพธ์ด้านคุณภาพหรือข้อร้องเรียนลูกค้า

องค์กรควรเตรียมข้อมูลย้อนหลัง 12 เดือน หรืออย่างน้อยข้อมูลในรอบการประชุมฝ่ายบริหารที่สะท้อนว่า management review ครอบคลุมข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องของ IATF 16949

Pain point: หลายองค์กรมีประชุมฝ่ายบริหารจริง แต่ agenda ยังไม่ครอบคลุมประเด็นที่ IATF ต้องการ ทำให้ auditor มองว่าการทบทวนของฝ่ายบริหารยังไม่รอบด้านพอ

คำว่า special status เป็นอีกคำที่หลายองค์กรไม่แน่ใจความหมาย เช่น ในกรณีที่องค์กรส่งชิ้นงานไปยังลูกค้า แล้วต่อมาพบปัญหาในรถยนต์หรือในสายการประกอบจนลูกค้าต้องเข้ามา visit, monitor หรือออกสถานะพิเศษให้กับองค์กร

Pain point: หลายองค์กรคิดว่าเป็นเรื่องของลูกค้าเพียงฝ่ายเดียว แต่จริง ๆ แล้ว special status เป็นสัญญาณความเสี่ยงสูงที่ควรถูกนำมาประเมินในระบบและแสดงให้เห็นว่ามีการจัดการอย่างเป็นระบบ

car plant workers on production line

ความพร้อมของทีมและ Top Management สำคัญอย่างไร

หนึ่งในสาเหตุที่ Stage 1 ไม่ลื่น ไม่ใช่เพราะเอกสารไม่ครบเท่านั้น แต่เป็นเพราะ ทีมยังไม่เข้าใจเป้าหมายของกระบวนการที่ตัวเองรับผิดชอบ และยังไม่เข้าใจ risk ที่เชื่อมโยงกับ process ของตัวเอง
ทีมในภาพรวมควรเข้าใจว่า

  • เป้าหมายของ process คืออะไร
  • ตัวชี้วัดที่ใช้วัดความสำเร็จคืออะไร
  • ความเสี่ยงสูง กลาง ต่ำ อยู่ตรงไหน
  • แผนตอบสนองต่อความเสี่ยงเหล่านั้นคืออะไร
  • การปรับปรุงทำงานในรูปแบบ PDCA อย่างไร

Top Management เองก็มีบทบาทสำคัญ เพราะ IATF ไม่ได้ดูแค่ระบบเอกสาร แต่ดูว่า management involvement เป็นของจริงหรือไม่ เช่น การกำหนดทิศทาง, การติดตาม KPI, การทบทวนความเสี่ยง, การจัดสรรทรัพยากร และการตอบสนองต่อปัญหาของลูกค้า

Scope และ Site ที่มักพลาดตอน Stage 1 คืออะไร

นี่คืออีกหนึ่งจุดที่องค์กรพลาดบ่อยมาก เพราะเข้าใจว่า “มีหลาย site ก็แค่รวมเข้ามาในระบบ” แต่ใน IATF 16949 การกำหนด site และ support function ต้องชัดมาก

Scope ที่ขอการรับรองได้

ขอบเขตที่ขอการรับรองได้ต้องเป็นผลิตภัณฑ์หรือชิ้นส่วนที่อยู่ในขอบเขตยานยนต์ตามกฎการรับรอง และ Rules 6th มีการปรับเรื่อง eligibility ให้ชัดขึ้น รวมถึง replacement parts / materials และบางกรณีที่เกี่ยวข้องกับ aftermarket parts ด้วย

ประเภท Site ที่ควรเข้าใจ


  • MS = Manufacturing Site คือสถานที่ที่มีการผลิตจริง และเป็นประเภท site หลักที่สามารถได้รับการรับรองแบบ independent certification
  • RSL / SA-RSL = Remote Support Location / Stand Alone Remote Support Location คือสถานที่ที่มี support functions เช่น contract review, engineering, purchasing, internal audit, management review, HR, IT หรือ support function อื่น ๆ ที่สนับสนุน manufacturing site
  • EMS = Extended Manufacturing Site Rules 6th กำหนดเงื่อนไขของ EMS ชัดขึ้นว่า ต้องอยู่ภายใต้ legal entity และ QMS เดียวกัน และอยู่ภายใน 10 miles (16 km) และไม่เกิน 60 minutes driving distance จาก main manufacturing site

Pain point: หลายองค์กรมี support function กระจายอยู่หลายแห่ง แต่ไม่ได้ map ให้ชัดว่า site ไหน support site ไหน จึงเกิดความสับสนใน scope และการวางแผนตรวจ

สรุป: ก่อนเข้าตรวจ IATF 16949 STAGE 1 องค์กรควรเช็กอะไรเป็นอันดับแรก

หากต้องการลดความเสี่ยงก่อน Stage 1 ให้เริ่มเช็ก 5 เรื่องนี้ก่อน

  1. ขอบเขตของผลิตภัณฑ์และ site เข้าเกณฑ์ IATF 16949 หรือไม่
  2. Process map / business flow เชื่อมโยง input-output, process owner, outsource และ support location ครบหรือยัง
  3. CSR matrix, KPI, complaint, scorecard และ performance data ครบ 12 เดือนหรือไม่
  4. Internal audit และ management review ครอบคลุมข้อกำหนด IATF 16949 จริงหรือไม่
  5. ทีมงานและผู้บริหารสามารถอธิบายเป้าหมาย ความเสี่ยง และการตอบสนองแบบ PDCA ได้หรือไม่

เกี่ยวกับ SGS

SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด

คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource

SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)

บทความที่เกี่ยวข้อง

ข่าวธุรกิจMay 28, 2026

จาก Sustainability สู่ Traceability: บทบาท FSC™ Chain of Custody (CoC) และ EUDR ใน Supply Chain ยุคใหม่

เจาะลึก EUDR และ FSC™ CoC กับบทบาทสำคัญด้าน Traceability ใน Supply Chain ยุคใหม่ พร้อมแนวทาง Due Diligence และการเตรียมความพร้อมธุรกิจไทยสู่ตลาด EU
Woman Using Contactless Payment
ข่าวธุรกิจMay 18, 2026

PCI DSS Certification: มาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลการชำระเงิน

PCI DSS Certification มาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยข้อมูลบัตร ช่วยลดความเสี่ยง สร้างความเชื่อมั่น และยกระดับ Digital Trust ให้ธุรกิจของคุณ

Biologist Analysing Tomatoes
ข่าวธุรกิจMay 11, 2026

SQF Edition 10 ประกาศใช้แล้ว: ก้าวใหม่ของมาตรฐานความปลอดภัยอาหารระดับโลก

อัปเดต SQF Edition 10 มาตรฐานความปลอดภัยอาหารล่าสุด พร้อมข้อกำหนดใหม่ เช่น Food Safety Culture, Change Management และแนวทางเตรียมพร้อมสู่ปี 2027

Close up on Hand Writing on a Form
ข่าวธุรกิจApril 28, 2026

ระบบการรายงานข้อมูลแบบเป็นความลับ | BRCGS Packaging Issue 7

ระบบการรายงานข้อมูลแบบเป็นความลับ (Confidential Reporting System) ตามข้อกำหนด BRCGS Packaging Materials Issue 7 ช่วยยกระดับคุณภาพ ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามกฎหมายขององค์กร

ข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก

  • SGS - Thailand - Bangkok, Head Office

238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,

Chong Nonsi, Yannawa, 10120,

กรุงเทพ, ประเทศไทย