บริบทใหม่ เมื่อการส่งออกสินค้าเกษตรไทยสู่ยุโรปไม่ได้มีแค่เรื่องคุณภาพ
ตลาดสหภาพยุโรป (EU) ยังคงเป็นตลาดที่น่าดึงดูดและมีศักยภาพสูงสำหรับพืชผักผลไม้จากประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ทุเรียน ลำไย กล้วย สับปะรด หรือผักสดหลากหลายชนิดที่คนยุโรปชื่นชอบ อย่างไรก็ตาม นับตั้งแต่ปี 2024 เป็นต้นไป ผู้ส่งออกไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่เพิ่มขึ้นมานอกเหนือจากมาตรฐานคุณภาพ นั่นคือ กฎหมาย EUDR (EU Deforestation Regulation)

กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายที่ชัดเจนคือการหยุดยั้งการตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินที่ไม่ยั่งยืนในห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรที่เข้าสู่ตลาดยุโรป ซึ่งหมายความว่า ผู้นำเข้าใน EU จะต้องสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าสินค้าที่นำเข้าทั้งหมดนั้น “ไม่ได้มาจากแหล่งที่มีการทำลายป่า” (Deforestation-free) และที่สำคัญกว่านั้นคือ ต้องสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังแปลงปลูกได้อย่างแม่นยำและเป็นระบบ ความกดดันนี้จึงถูกส่งตรงมาถึงผู้ผลิตและผู้ส่งออกจากประเทศต้นทางอย่างประเทศไทยโดยตรง
EUDR ต้องการอะไรจากเรา? ไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือ 'ข้อมูล'
EUDR ไม่ได้สนใจแค่ตัวสินค้าที่ดีและมีคุณภาพเท่านั้น แต่พุ่งเป้าไปที่ ระบบการจัดการฟาร์ม และ ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability) อย่างเข้มงวด ผู้ส่งออกไทยจึงจำเป็นต้องมีข้อมูลสำคัญที่พร้อมนำเสนอต่อลูกค้า (ผู้นำเข้ายุโรป) เช่น พิกัดภูมิศาสตร์ (Geolocation) ที่แม่นยำของแปลงปลูกทุกแปลง, หลักฐานที่ชัดเจน ว่าแปลงปลูกไม่ได้อยู่ในพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถางหลังปี 2020, ระบบบันทึกข้อมูล การผลิต การเก็บเกี่ยว และการขนส่ง/ขายผลผลิตที่รัดกุม, การควบคุมและตรวจสอบ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน เป็นต้น
ในทางปฏิบัติ การจัดเตรียมข้อมูลเหล่านี้โดยไม่มีมาตรฐานสากลรองรับ จะทำให้เกิดต้นทุนที่สูงลิ่ว มีความเสี่ยงที่จะเกิดความผิดพลาด และอาจทำให้ผู้นำเข้าใน EU ปฏิเสธสินค้าได้ง่าย
GLOBALG.A.P. IFA 6.0 คือโครงสร้างที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ EUDR
GLOBALG.A.P. IFA Version 6.0 ไม่ได้เป็นเพียงมาตรฐานด้านความปลอดภัยอาหารแบบเดิมๆ อีกต่อไป แต่เป็น กรอบการจัดการฟาร์มแบบบูรณาการ (Integrated Farm Assurance) ที่มีโครงสร้างสอดคล้องกับหลักการของ EUDR โดยเฉพาะในประเด็นสำคัญดังนี้:
| ประเด็นที่ EUDR ต้องการ | GLOBALG.A.P. IFA 6.0 ตอบโจทย์อย่างไร |
|---|---|
| Deforestation-free & Traceability | กำหนดให้มีการระบุพิกัดแปลงปลูกอย่างละเอียด การแยกผลผลิต และการบันทึกปริมาณผลผลิตสินค้าเข้า–ออก (Mass Balance) ซึ่งช่วยให้สามารถเชื่อมโยงสินค้าไปถึงแหล่งผลิตได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ |
| Land Use & Environmental Protection | มีข้อกำหนดที่เข้มงวดด้านการจัดการที่ดิน การอนุรักษ์พื้นที่ธรรมชาติ และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นฐานข้อมูลที่แข็งแกร่งในการยืนยันสถานะ “Deforestation-free” |
| Due Diligence Evidence | ระบบเอกสารและบันทึกข้อมูลตามมาตรฐาน GLOBALG.A.P. ช่วยลดช่องว่างและภาระในการจัดทำ Due Diligence Statement ที่ผู้นำเข้า EU ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย EUDR |
กล่าวได้ว่า GLOBALG.A.P. ทำหน้าที่เป็น “ตัวกลาง” ที่ผู้ซื้อในยุโรปรู้จักคุ้นเคยและให้การยอมรับอยู่แล้ว ทำให้กระบวนการตรวจสอบภายใต้ EUDR เป็นไปอย่างราบรื่น

ตัวอย่างเชิงปฏิบัติ มะม่วงไทยสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตฝรั่งเศส
ลองจินตนาการถึงผู้ส่งออกมะม่วงรายหนึ่งในภาคตะวันออกของไทยที่ต้องการส่งสินค้าคุณภาพเข้าสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำในฝรั่งเศส หากฟาร์มที่ผลิตมะม่วงนั้นได้รับการรับรอง GLOBALG.A.P. IFA 6.0 ผู้ส่งออกจะสามารถ
- แสดงพิกัดแปลงปลูก ที่ผ่านการตรวจประเมินและรับรองแล้วได้อย่างง่ายดาย
- ใช้บันทึกการเก็บเกี่ยว และการคัดแยกเพื่อเชื่อมโยงล็อตสินค้าแต่ละกล่องกับแปลงปลูกต้นทาง
- ส่งต่อข้อมูลที่ครบถ้วนนี้ ให้ผู้นำเข้าใช้ประกอบการจัดทำ Due Diligence Statement ภายใต้ EUDR ได้ทันที
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ลดระยะเวลาการตรวจสอบสินค้าอย่างมาก ลดความเสี่ยงที่สินค้าจะถูกปฏิเสธ และที่สำคัญที่สุดคือ เพิ่มความเชื่อมั่น ของผู้ซื้อในยุโรปได้อย่างเป็นรูปธรรม
GLOBALG.A.P. IFA 6.0 ไม่ใช่แค่ต้นทุน แต่คือการลงทุนเชิงกลยุทธ์
ในมุมมองทางธุรกิจและการตลาด การขอรับรอง GLOBALG.A.P. IFA 6.0 ไม่ใช่เพียงแค่การ "ทำตามข้อกำหนด" ที่ถูกบังคับหรือเพื่อตอบสนอง ต่อความต้องการของลูกค้า แต่เป็นการ ลงทุนเชิงกลยุทธ์ เพื่อ
- รักษาและเสริมสร้าง ความสามารถในการแข่งขันในตลาด EU ที่เข้มงวดขึ้น
- เพิ่มอำนาจต่อรอง กับลูกค้า/ผู้นำเข้า เนื่องจากเรามีหลักฐานที่แข็งแกร่งและเป็นสากล
- เตรียมความพร้อม สำหรับกฎหมายสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนอื่นๆ ที่จะเข้มงวดขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทยที่มองตลาดยุโรปเป็นตลาดหลัก การเริ่มต้นปรับระบบฟาร์มให้สอดคล้องกับ GLOBALG.A.P. ตั้งแต่วันนี้ จึงเป็นการ สร้างความได้เปรียบ ก่อนที่คู่แข่งจะตามทัน ดังนั้น GLOBALG.A.P. IFA 6.0 จึงไม่ใช่เพียงใบรับรอง แต่คือใบเบิกทางที่สำคัญ สู่ตลาดยุโรปภายใต้ยุค EUDR อย่างแท้จริง
เกี่ยวกับ SGS
SGS คือ บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายที่ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และสถานประกอบการกว่า 2,500 แห่ง ใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพที่มีความมุ่งมั่นกว่า 99,500 คน ด้วยประสบการณ์กว่า 145 ปีแห่งความเป็นเลิศในการให้บริการ เราผสานความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานสูงสุดด้านคุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความยั่งยืน
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – when you need to be sure – สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจนำเสนอบริการจากผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และแบรนด์เฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจ เช่น Brightsight, Bluesign, Maine Pointe และ Nutrasource
SGS เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN:SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย



