ติดต่อ

คุณกำลังมองหาอะไร?

Loading component...

เจาะลึก NIST Cybersecurity Framework 2.0: กรอบการจัดการความเสี่ยงไซเบอร์ฉบับใหม่เพื่อองค์กรยุคดิจิทัล

SGS Thailand BlogApril 30, 2025

สถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) ได้ออกประกาศ Cybersecurity Framework (CSF) ฉบับปรับปรุงใหม่ 2.0 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา เป็นกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่สำคัญสำหรับองค์กร เพื่อให้มีกระบวนการรับมือและการจัดการกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กรอบทำงานด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ NIST Cybersecurity Framework 2.0 นั้น มีแนวทางปฏิบัติที่เป็นขั้นตอน เข้าใจง่าย และครอบคลุมตั้งแต่การประเมินความเสี่ยง การจัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานองค์กร ไปจนถึงการวางแผนรับมือกับเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจเกิดขึ้น  กรอบการทำงานนี้ช่วยให้องค์กรสามารถตอบสนองต่อภัยคุกคามได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสามารถสรุปข้อมูลที่สำคัญเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจของผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ภายในองค์กร

ในปัจจุบันภัยคุกคามทางไซเบอร์ก็มีรูปแบบที่หลากหลายมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อระบบข้อมูลสารสนเทศและการดำเนินธุรกิจขององค์กร ดังนั้นการบริหารจัดการความเสี่ยงไซเบอร์ (Cyber Risk Management) จึงมีความจำเป็นสำหรับองค์กรทุกประเภท มิใช่เพียงแต่หน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศเท่านั้น ซึ่ง NIST Cybersecurity Framework 2.0 เป็นกรอบการทำงานด้านการบริหารจัดการความเสี่ยงทางไซเบอร์ที่กำหนดโดยสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งชาติ (NIST) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้ององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ รวมถึงการปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้อย่างถูกต้องเพื่อให้สอดคล้องกับหน่วยงานกำกับดูแลอีกด้วย

แฮกเกอร์พยายามเจาะเข้าไปยังโลกไซเบอร์

NIST Cybersecurity Framework (CSF) เผยแพร่เป็นครั้งแรกในปี 2014 ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้องค์กรต่าง ๆ มีความเข้าใจ ลดความเสี่ยง และสามารถสื่อสารด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ และใน  version 2.0 มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมรายละเอียดให้มีความครอบคลุมและทันสมัยมากขึ้น โดยโครงสร้าง CSF 2.0 ประกอบไปด้วยฟังก์ชันหลัก 6 ฟังก์ชัน ได้แก่ การระบุตัวตน (Identify) การป้องกัน (Protect) การตรวจจับ (Detect) การตอบสนอง (Respond) การกู้คืน (Recover) และการกำกับดูแล (Govern) ซึ่งเป็นฟังก์ชั่นที่เพิ่มเข้ามาใหม่ใน CSF 2.0 เมื่อทำงานร่วมกัน ฟังก์ชั่นเหล่านี้จะมอบมุมมองที่ครอบคลุมเกี่ยวกับวงจรสำหรับการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์

  1. การกำกับดูแล (Govern): การกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง การปฏิบัติหน้าที่ด้านการกำกับดูแลการบริหารความเสี่ยง การกำหนดระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบอย่างชัดเจน และบังคับใช้นโยบายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อส่งเสริมความรับผิดชอบและผลักดันให้เกิดการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องในการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
  2. การระบุความเสี่ยง (Identify): การระบุความเสี่ยงของอุปกรณ์ต่างๆ จัดลำดับความสำคัญของสินทรัพย์ภายในองค์กรตามระดับความสำคัญ และมีกระบวนการจัดการสินทรัพย์สารสนเทศ
  3. การป้องกันความเสี่ยง (Protect): การใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อปกป้องระบบการทำงาน หรือข้อมูลขององค์กร เช่น การกำหนดสิทธิการเข้าถึง การใช้เทคโนโลยีป้องกันระบบ เป็นต้น
  4. การตรวจจับ (Detect): การกำหนดขั้นตอนกระบวนการเพื่อตรวจจับสถานการณ์ที่ผิดปกติในระบบเครือข่ายและระบบสารสนเทศขององค์กร การมีกระบวนการตรวจจับที่มีประสิทธิภาพนั้นจะช่วยให้องค์กรสามารถระบุถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การตอบสนองและแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีอีกด้วย
  5. การรับมือกับภัยคุกคาม (Respond): การกำหนดแนวทางและขั้นตอนในการรับมือกับเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Incident Response Plan) โดยต้องตอบสนองต่อเหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
  6. การกู้คืน (Recover): การกู้คืนจากเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เกิดขึ้น การปฏิบัติตามแผนการกู้คืนระบบที่ได้จัดเตรียมไว้อย่างเป็นขั้นตอน และการตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์ของข้อมูลสำรองที่ใช้ในการกู้คืน 

สำหรับประเทศไทยนั้น ได้นำกรอบการบริหารความเสี่ยงทางไซเบอร์ NIST CSF มาใช้เป็นแนวทางในดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีระบบการทำงานพื้นฐานอยู่บนเทคโนโลยีสารสนเทศ โดยถูกกำหนดในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ พ.ศ. 2562 เป็นมาตรฐานที่เข้ามาช่วยปรับปรุงความปลอดภัยให้กับองค์กรได้ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ การปฎิบัติตามแนวทางของ NIST CSF จะทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่าระบบ และข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งเครือข่ายการใช้งานมีความปลอดภัย เนื่องจากแนวทางปฏิบัติครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการประเมิน ตั้งรับ ตรวจสอบ และโต้ตอบกับปัญหาหรือภัยพิบัติทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นได้

เกี่ยวกับ SGS

SGS คือ บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายที่ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และสถานประกอบการกว่า 2,500 แห่ง ใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพที่มีความมุ่งมั่นกว่า 99,500 คน ด้วยประสบการณ์กว่า 145 ปีแห่งความเป็นเลิศในการให้บริการ เราผสานความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานสูงสุดด้านคุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความยั่งยืน

คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – when you need to be sure – สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจนำเสนอบริการจากผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และแบรนด์เฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจ เช่น Brightsight, Bluesign, Maine Pointe และ Nutrasource

SGS เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN:SW)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Body Care and Cosmetic Products
ข่าวธุรกิจApril 01, 2026

V-Label กับเครื่องสำอาง: ความงามที่เริ่มจากความรับผิดชอบ

V-Label สำหรับเครื่องสำอางคืออะไร? ทำความเข้าใจความต่าง Vegan Cosmetic และ Cruelty-Free พร้อมเหตุผลที่แบรนด์ความงามยุคใหม่เลือก V-Label
Hands of worker working with digital tablet check product on the conveyor belt in the beverage factory. Worker checking bottling line for processing. Inspection quality control
ข่าวธุรกิจMarch 20, 2026

GFSI, CPO, CB และ Certified Site: ความหมาย บทบาท และความสัมพันธ์

อธิบายความหมาย บทบาท และความสัมพันธ์ระหว่าง GFSI, CPO, CB และ Certified Site พร้อมเหตุผลที่ธุรกิจอาหารต้องได้รับการรับรองที่ GFSI ยอมรับ
Keyboard Lock Concept for Data Security
ข่าวธุรกิจMarch 16, 2026

ISO/IEC 27701 คืออะไร? มาตรฐานสากลเพื่อการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างมั่นใจ

ทำความรู้จัก ISO/IEC 27701 มาตรฐาน PIMS ช่วยองค์กรจัดการข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และสอดคล้อง PDPA/GDPR เสริมความเชื่อมั่นระยะยาว

rows of green maize corn crop
ข่าวธุรกิจMarch 10, 2026

GLOBALG.A.P. IFA 6.0 กุญแจสู่การส่งออกผักผลไม้ไทย สอดคล้อง EUDR

GLOBALG.A.P. IFA 6.0 ช่วยผู้ส่งออกผักผลไม้ไทยเตรียมข้อมูล Traceability และ Deforestation‑free ให้สอดคล้องกฎหมาย EUDR ของสหภาพยุโรป

ข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก

  • SGS - Thailand - Bangkok, Head Office

238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,

Chong Nonsi, Yannawa, 10120,

กรุงเทพ, ประเทศไทย