ติดต่อ

EU PPWR 2025: กฎหมายใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์ที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกต้องเตรียมพร้อม

July 09, 2026

สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้ Regulation (EU) 2025/40 หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 และข้อกำหนดส่วนใหญ่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยจะเข้ามาแทนที่ Directive 94/62/EC ซึ่งใช้มายาวนาน


PPWR มีวัตถุประสงค์อะไร?

PPWR ครอบคลุมข้อกำหนดตลอด วงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ (Packaging Life Cycle) ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การรีไซเคิล (Recycle) ไปจนถึงการจัดการของเสีย
กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อ

  • ลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์
  • ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้
  • เพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิล
  • ลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น
  • สนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Reuse
  • จำกัดการใช้สารอันตรายต่างๆเพิ่มเติม เช่น PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร


ข้อกำหนดสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้

1. บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถรีไซเคิลได้

PPWR กำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องได้รับการออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling: DfR) และจะมีการกำหนดเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการรีไซเคิลในอนาคต

2. เพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล

บรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายประเภทจะต้องมีการใช้วัสดุรีไซเคิลจากพลาสติกหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Content) ตามเป้าหมายที่ EU กำหนด

3. ลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น

ภายในปี 2030 ผู้ประกอบการต้องลดน้ำหนักและปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น รวมถึงจำกัดพื้นที่ว่างในบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งและ E-commerce ไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กำหนด

4. จำกัดการใช้ PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร

เพิ่มเติมจากเดิมที่มีการจำกัดการใช้สารต้องห้ามในกลุ่มโลหะหนัก หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของ PPWR คือการจำกัดการใช้สาร Per- and Polyfluoroalkyl Substances (PFAS) ในบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร

ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามค่าขีดจำกัดของ PFAS ที่กำหนด พร้อมจัดเตรียมเอกสารทางเทคนิคเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามข้อกำหนด หากมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่

เกี่ยวข้อง

5. การติดฉลากบรรจุภัณฑ์

EU จะกำหนดระบบฉลากมาตรฐานสำหรับบรรจุภัณฑ์ เพื่อระบุชนิดของวัสดุและช่วยให้ผู้บริโภคสามารถคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง


ธุรกิจใดได้รับผลกระทบ

PPWR มีผลต่อผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม เช่น

  • ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
  • ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
  • เครื่องสำอาง
  • ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ
  • ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
  • ผู้ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป
  • ผู้ประกอบการ E-commerce
บริการตรวจ PPWR โดย SGS

SGS พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนด PPWR

SGS ให้บริการด้านการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PPWR ได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น

  • การทดสอบสารกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS ในบรรจุภัณฑ์
  • การทดสอบด้าน Food Contact Materials (FCM) ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น Regulation (EU) 1935/2004, Regulation (EU) 10/2011 เป็นต้น
  • การประเมินความปลอดภัยของวัสดุบรรจุภัณฑ์
  • การทดสอบสมรรถนะและความทนทานของบรรจุภัณฑ์
  • การทดสอบเพื่อสนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้

ด้วยเครือข่ายห้องปฏิบัติการและผู้เชี่ยวชาญของ SGS เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าสู่ตลาดยุโรปได้อย่างมั่นใจ

FAQ

PPWR (Packaging and Packaging Waste Regulation) หรือ Regulation (EU) 2025/40 คือกฎหมายใหม่ของสหภาพยุโรปที่กำหนดข้อกำหนดเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์และการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตลอดทั้งวงจรชีวิต ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน การรีไซเคิล ไปจนถึงการนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม 
กฎหมาย PPWR มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 และข้อกำหนดส่วนใหญ่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยจะเข้ามาแทนที่ Directive 94/62/EC 
PPWR มีผลต่อธุรกิจที่ผลิต ใช้ หรือส่งออกบรรจุภัณฑ์ไปยังสหภาพยุโรป ได้แก่
ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์ 
ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม 
ผู้ผลิตเครื่องสำอาง 
ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค 
ผู้ส่งออกไปยังตลาดยุโรป 
ธุรกิจ E-commerce 
ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายสินค้าใน EU 
ข้อกำหนดสำคัญของ PPWR ได้แก่
ออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling) 
ลดการใช้วัสดุและปริมาณบรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น 
เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์พลาสติก 
ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำ (Reusable Packaging) 
ติดฉลากเพื่อช่วยในการคัดแยกและรีไซเคิล 
จำกัดการใช้สารอันตรายต่างๆ ทั้งกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร 
ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป บรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร (Food Contact Packaging) จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนดด้าน PFAS ที่กำหนดไว้ใน PPWR โดยมีค่าขีดจำกัดสำหรับการตรวจวิเคราะห์ PFAS และผู้ประกอบการต้องจัดเตรียมเอกสารทางเทคนิคเพื่อแสดงความสอดคล้องตามข้อกำหนด 
ผู้ประกอบการควรเริ่มจาก
ทบทวนวัสดุที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์ 
ประเมินความสามารถในการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์ 
ตรวจสอบการใช้วัสดุรีไซเคิล 
จำกัดการใช้สารอันตรายต่างๆ ทั้งกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS
ประเมินความเสี่ยงของการใช้สาร PFAS 
วางแผนการทดสอบและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนข้อกำหนดมีผลบังคับใช้ 
SGS ให้บริการครบวงจรเพื่อช่วยให้ธุรกิจปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PPWR ได้แก่
การทดสอบสารกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS ในบรรจุภัณฑ์ 
การทดสอบด้าน Food Contact Materials (FCM) ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น Regulation (EU) 1935/2004, Regulation (EU) 10/2011 เป็นต้น
การทดสอบสมรรถนะและคุณภาพของบรรจุภัณฑ์ 
การประเมินความปลอดภัยของวัสดุ 
การสนับสนุนด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling) 
SGS Green mark : No PFAS Detected, Recycled content, Industrial compostable, Biodegradability, Biobased content , PVC – Free -->จะได้ Promote Green mark เราด้วยค่ะ เพราะมันเกี่ยวข้องกันกับ Packaging
 
หากบรรจุภัณฑ์ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของ PPWR ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถวางจำหน่ายสินค้าในตลาดสหภาพยุโรปได้ รวมถึงอาจต้องแก้ไขผลิตภัณฑ์ เพิ่มต้นทุน หรือเผชิญกับความเสี่ยงด้านกฎหมายและการค้า
การทดสอบช่วยให้ผู้ประกอบการมั่นใจว่าบรรจุภัณฑ์มีความปลอดภัย เป็นไปตามข้อกำหนดของตลาดปลายทาง ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธสินค้า และเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าและคู่ค้าทางธุรกิจ
ผู้เชี่ยวชาญของ SGS พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับข้อกำหนด PPWR การทดสอบ PFAS การประเมินวัสดุสัมผัสอาหาร และบริการด้านบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจของคุณเตรียมความพร้อมก่อนข้อกำหนดมีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ


PFAS Testing 


เกี่ยวกับ SGS

SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด

คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource

SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)

บทความที่เกี่ยวข้อง

เอ็กซ์เซลแพคเกจจิ้งรับมอบ No PFAS Detected" Certificate
ข่าวสารองค์กรในประเทศJuly 13, 2026

Excel Packaging รับมอบ No PFAS Detected Certificate จาก SGS ตอกย้ำ
ความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน

บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โดยคุณ ฉิน เชาว์ถาวร General Manager, Connectivity & Product และ  Health & Nutrition มอบ "No PFAS Detected" Certificate ให้แก่ คุณ ชญาน์นันท์ อัคระกรโภคิน, QMR/QA Manager บริษัท เอ็กซ์เซลแพคเกจจิ้ง จำกัด ในโอกาสที่บริษัทได้รับการรับรองสำหรับผลิตภัณฑ์ PET ซึ่งผ่านการทดสอบและไม่พบสาร PFAS ตามเกณฑ์ที่กำหนด
Water Droplets Dancing
ข่าวสารองค์กรในประเทศMay 25, 2026

ยกระดับความปลอดภัยเครื่องทำน้ำร้อน
และเครื่องทำน้ำอุ่น
ด้วยการทดสอบตามมาตรฐาน มอก.

เอสจีเอสให้บริการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนน้ำเย็นและเครื่องทำน้ำอุ่นตามมาตรฐาน มอก. และมาตรฐานสากล ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญและห้องปฏิบัติการที่ได้มาตรฐาน
recycle product
ข่าวสารองค์กรในประเทศMay 19, 2026

Biobased คืออะไร?
พร้อมวิธีตรวจสอบตามมาตรฐานสากล

ในปัจจุบัน Biobased กลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญของอุตสาหกรรมที่ต้องการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการพัฒนาอย่างยั่งยืน การรับรอง Biobased Content ไม่ใช่เพียงการยืนยันส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ แต่ยังเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน

SGS บริการทดสอบครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภท
ข่าวสารองค์กรในประเทศApril 21, 2026

SGS ขยายการรับรองจาก Walmart US
ครอบคลุมหลายหมวดสินค้า
เสริมศักยภาพซัพพลายเออร์สู่ตลาดโลก

SGS ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นห้องปฏิบัติการที่ได้รับการอนุมัติจาก Walmart US เพิ่มเติม ครอบคลุมกลุ่มสินค้าในวงกว้าง ทั้ง Hardlines, Softlines และ Connectivity

ข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก

  • SGS - Thailand - Bangkok, Head Office

238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,

Chong Nonsi, Yannawa, 10120,

กรุงเทพ, ประเทศไทย