สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้ Regulation (EU) 2025/40 หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2025 และข้อกำหนดส่วนใหญ่จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป โดยจะเข้ามาแทนที่ Directive 94/62/EC ซึ่งใช้มายาวนาน
PPWR มีวัตถุประสงค์อะไร?
PPWR ครอบคลุมข้อกำหนดตลอด วงจรชีวิตของบรรจุภัณฑ์ (Packaging Life Cycle) ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การใช้งาน การนำกลับมาใช้ซ้ำ (Reuse) การรีไซเคิล (Recycle) ไปจนถึงการจัดการของเสีย
กฎหมายฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อ
- ลดปริมาณขยะบรรจุภัณฑ์
- ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้
- เพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิล
- ลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น
- สนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์แบบ Reuse
- จำกัดการใช้สารอันตรายต่างๆเพิ่มเติม เช่น PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร
ข้อกำหนดสำคัญที่ผู้ประกอบการควรรู้
1. บรรจุภัณฑ์ต้องสามารถรีไซเคิลได้
PPWR กำหนดให้บรรจุภัณฑ์ต้องได้รับการออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling: DfR) และจะมีการกำหนดเกณฑ์การประเมินประสิทธิภาพการรีไซเคิลในอนาคต
2. เพิ่มสัดส่วนวัสดุรีไซเคิล
บรรจุภัณฑ์พลาสติกหลายประเภทจะต้องมีการใช้วัสดุรีไซเคิลจากพลาสติกหลังการบริโภค (Post-consumer Recycled Content) ตามเป้าหมายที่ EU กำหนด
3. ลดการใช้บรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น
ภายในปี 2030 ผู้ประกอบการต้องลดน้ำหนักและปริมาตรของบรรจุภัณฑ์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น รวมถึงจำกัดพื้นที่ว่างในบรรจุภัณฑ์สำหรับการขนส่งและ E-commerce ไม่ให้เกินเกณฑ์ที่กำหนด
4. จำกัดการใช้ PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร
เพิ่มเติมจากเดิมที่มีการจำกัดการใช้สารต้องห้ามในกลุ่มโลหะหนัก หนึ่งในข้อกำหนดสำคัญของ PPWR คือการจำกัดการใช้สาร Per- and Polyfluoroalkyl Substances (PFAS) ในบรรจุภัณฑ์ที่สัมผัสอาหาร
ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป บรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหารต้องเป็นไปตามค่าขีดจำกัดของ PFAS ที่กำหนด พร้อมจัดเตรียมเอกสารทางเทคนิคเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามข้อกำหนด หากมีการตรวจสอบจากหน่วยงานที่
เกี่ยวข้อง
5. การติดฉลากบรรจุภัณฑ์
EU จะกำหนดระบบฉลากมาตรฐานสำหรับบรรจุภัณฑ์ เพื่อระบุชนิดของวัสดุและช่วยให้ผู้บริโภคสามารถคัดแยกขยะเพื่อการรีไซเคิลได้อย่างถูกต้อง
ธุรกิจใดได้รับผลกระทบ
PPWR มีผลต่อผู้ประกอบการในหลายอุตสาหกรรม เช่น
- ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
- ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
- เครื่องสำอาง
- ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ
- ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
- ผู้ส่งออกไปยังสหภาพยุโรป
- ผู้ประกอบการ E-commerce

SGS พร้อมสนับสนุนการปฏิบัติตามข้อกำหนด PPWR
SGS ให้บริการด้านการทดสอบ ตรวจสอบ และรับรองบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร เพื่อช่วยให้ผู้ผลิตและผู้ส่งออกสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PPWR ได้อย่างมั่นใจ ไม่ว่าจะเป็น
- การทดสอบสารกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS ในบรรจุภัณฑ์
- การทดสอบด้าน Food Contact Materials (FCM) ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น Regulation (EU) 1935/2004, Regulation (EU) 10/2011 เป็นต้น
- การประเมินความปลอดภัยของวัสดุบรรจุภัณฑ์
- การทดสอบสมรรถนะและความทนทานของบรรจุภัณฑ์
- การทดสอบเพื่อสนับสนุนการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้
ด้วยเครือข่ายห้องปฏิบัติการและผู้เชี่ยวชาญของ SGS เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณสามารถเข้าสู่ตลาดยุโรปได้อย่างมั่นใจ
FAQ
• ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์
• ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม
• ผู้ผลิตเครื่องสำอาง
• ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค
• ผู้ส่งออกไปยังตลาดยุโรป
• ธุรกิจ E-commerce
• ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายสินค้าใน EU
• ออกแบบให้สามารถรีไซเคิลได้ (Design for Recycling)
• ลดการใช้วัสดุและปริมาณบรรจุภัณฑ์เกินความจำเป็น
• เพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิลในบรรจุภัณฑ์พลาสติก
• ส่งเสริมการใช้บรรจุภัณฑ์แบบใช้ซ้ำ (Reusable Packaging)
• ติดฉลากเพื่อช่วยในการคัดแยกและรีไซเคิล
• จำกัดการใช้สารอันตรายต่างๆ ทั้งกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS ในบรรจุภัณฑ์สัมผัสอาหาร
• ทบทวนวัสดุที่ใช้ในการผลิตบรรจุภัณฑ์
• ประเมินความสามารถในการรีไซเคิลของบรรจุภัณฑ์
• ตรวจสอบการใช้วัสดุรีไซเคิล
• จำกัดการใช้สารอันตรายต่างๆ ทั้งกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS
• ประเมินความเสี่ยงของการใช้สาร PFAS
• วางแผนการทดสอบและจัดเตรียมเอกสารที่เกี่ยวข้องก่อนข้อกำหนดมีผลบังคับใช้
• การทดสอบสารกลุ่มโลหะหนัก และ PFAS ในบรรจุภัณฑ์
• การทดสอบด้าน Food Contact Materials (FCM) ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น Regulation (EU) 1935/2004, Regulation (EU) 10/2011 เป็นต้น
• การทดสอบสมรรถนะและคุณภาพของบรรจุภัณฑ์
• การประเมินความปลอดภัยของวัสดุ
• การสนับสนุนด้านการออกแบบบรรจุภัณฑ์เพื่อการรีไซเคิล (Design for Recycling)
• SGS Green mark : No PFAS Detected, Recycled content, Industrial compostable, Biodegradability, Biobased content , PVC – Free -->จะได้ Promote Green mark เราด้วยค่ะ เพราะมันเกี่ยวข้องกันกับ Packaging
PFAS Testing
เกี่ยวกับ SGS
SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource
SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย



