ติดต่อ

รู้จักมาตรฐานการตรวจรับรองวัตถุดิบ
อย่างยั่งยืนGRS, RCS และ OCS
มาตรฐานสากลที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจ

August 11, 2026

ปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวโน้มของตลาด แต่กลายเป็นข้อกำหนดสำคัญของลูกค้า แบรนด์ระดับโลก และหน่วยงานกำกับดูแล ธุรกิจจึงต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

มาตรฐาน Global Recycled Standard (GRS), Recycled Claim Standard (RCS) และ Organic Content Standard (OCS) เป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก ช่วยยืนยันแหล่งที่มาของวัตถุดิบ เพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

ทำไมการตรวจรับรองวัตถุดิบจึงมีความสำคัญ

องค์กรทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน ได้แก่

  • การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในปริมาณสูง
  • ปัญหาขยะและพลาสติกสะสม
  • ความต้องการสินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น
  • ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับความโปร่งใสของแหล่งที่มาของวัตถุดิบ

 

การได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลช่วยให้ธุรกิจสามารถ

  • ตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาของวัตถุดิบได้
  • เพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์
  • สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
  • ตอบสนองความต้องการของตลาดและข้อกำหนดด้าน ESG
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและคู่ค้าตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

Global Recycled Standard (GRS)

GRS เป็นมาตรฐานสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของวัสดุรีไซเคิล พร้อมครอบคลุมข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการจัดการสารเคมีตลอดกระบวนการผลิต

GRS ครอบคลุม

  • ปริมาณวัสดุรีไซเคิล (Recycled Content)
  • ระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)
  • ข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม
  • ข้อกำหนดด้านแรงงานและสังคม
  • การจัดการสารเคมี

เหมาะสำหรับ

  • สิ่งทอ
  • เสื้อผ้า
  • พลาสติกรีไซเคิล
  • บรรจุภัณฑ์
  • ผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสดุรีไซเคิล

 

Recycled Claim Standard (RCS)

RCS เป็นมาตรฐานที่ใช้ตรวจสอบและยืนยันปริมาณวัสดุรีไซเคิลที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ พร้อมระบบการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน

 

จุดเด่นของ RCS

  • ยืนยันปริมาณ Recycled Content
  • ระบบ Traceability
  • เหมาะสำหรับการสื่อสารหรือการกล่าวอ้างด้านวัสดุรีไซเคิล

 

Organic Content Standard (OCS)

OCS เป็นมาตรฐานสำหรับการตรวจสอบและรับรองปริมาณวัตถุดิบออร์แกนิกที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ พร้อมระบบการตรวจสอบย้อนกลับตลอดห่วงโซ่อุปทาน

จุดเด่นของ OCS

  • ยืนยันปริมาณ Organic Material
  • ตรวจสอบย้อนกลับได้
  • เพิ่มความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

ตัวอย่างวัตถุดิบ

  • Organic Cotton
  • Organic Hemp
  • Organic Wool
  • Organic Flax
Comparing GRS, RCS and OCS standard

SGS พร้อมให้บริการตรวจรับรองมาตรฐาน GRS, RCS และ OCS

SGS ให้บริการตรวจประเมินและรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถแสดงความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ และตอบสนองความต้องการของลูกค้า แบรนด์ระดับโลก และข้อกำหนดด้าน ESG

ทีมผู้เชี่ยวชาญของ SGS พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อม การตรวจประเมิน และการรับรองมาตรฐาน GRS, RCS และ OCS เพื่อสนับสนุนธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน

FAQ

GRS ครอบคลุมวัสดุรีไซเคิล พร้อมข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และสารเคมี ส่วน RCS มุ่งเน้นการยืนยันปริมาณวัสดุรีไซเคิล และ OCS ใช้สำหรับการรับรองวัตถุดิบออร์แกนิก
เหมาะสำหรับผู้ผลิตและผู้ประกอบการที่ใช้วัสดุรีไซเคิล เช่น สิ่งทอ เสื้อผ้า พลาสติก และบรรจุภัณฑ์
ไม่ได้ เนื่องจาก RCS เน้นเฉพาะการตรวจสอบปริมาณวัสดุรีไซเคิลและ Traceability ขณะที่ GRS มีข้อกำหนดเพิ่มเติมด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการจัดการสารเคมี
เช่น ฝ้ายออร์แกนิก (Organic Cotton) ป่านออร์แกนิก (Organic Hemp) ขนสัตว์ออร์แกนิก (Organic Wool) และแฟลกซ์ออร์แกนิก (Organic Flax)
ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ สร้างความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทาน รองรับข้อกำหนดของลูกค้า และสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนขององค์กร

เกี่ยวกับ SGS

SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด

คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource

SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)

บทความที่เกี่ยวข้อง

ทดสอบ Product Carbon Footprint ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โดย SGS
ข่าวสารองค์กรในประเทศAugust 03, 2026

SGS ได้รับการอนุมัติเป็นผู้ตรวจประเมิน IECQ สำหรับมาตรฐาน IEC 63372
ยกระดับความน่าเชื่อถือด้าน Product Carbon Footprint ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์

เอสจีเอส ประเทศไทย พร้อมสนับสนุนผู้ผลิตในอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์สู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับสากล หลังจาก SGS ได้รับการอนุมัติอย่างเป็นทางการให้เป็นผู้ตรวจประเมิน (Approved Verifier) ภายใต้ระบบ IECQ สำหรับมาตรฐาน IEC 63372 ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่กำหนดหลักการ วิธีการ และข้อกำหนดในการประเมินและสื่อสารข้อมูลด้านคาร์บอนของผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์
ZDHC Incheck_SGS  Thailand
ข่าวสารองค์กรในประเทศJuly 16, 2026

ZDHC Performance InCheck Verification
ยกระดับการจัดการสารเคมี สร้างความเชื่อมั่นในห่วงโซ่อุปทานระดับโลก

ในปัจจุบัน แบรนด์ระดับโลกในอุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องแต่งกาย รองเท้า และเครื่องหนัง ให้ความสำคัญกับ การจัดการสารเคมีอย่างยั่งยืน (Sustainable Chemical Management) มากกว่าที่เคย แนวคิดของ ZDHC Roadmap to Zero Programme ได้เปลี่ยนมุมมองของอุตสาหกรรมจากการตรวจสอบ "ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป" ไปสู่การบริหารจัดการ "สารเคมีที่ใช้ตั้งแต่ต้นทางของกระบวนการผลิต"
เอ็กซ์เซลแพคเกจจิ้งรับมอบ No PFAS Detected" Certificate
ข่าวสารองค์กรในประเทศJuly 13, 2026

Excel Packaging รับมอบ No PFAS Detected Certificate จาก SGS ตอกย้ำ
ความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยและความยั่งยืน

บริษัท เอสจีเอส (ประเทศไทย) จำกัด โดยคุณ ฉิน เชาว์ถาวร General Manager, Connectivity & Product และ  Health & Nutrition มอบ "No PFAS Detected" Certificate ให้แก่ คุณ ชญาน์นันท์ อัคระกรโภคิน, QMR/QA Manager บริษัท เอ็กซ์เซลแพคเกจจิ้ง จำกัด ในโอกาสที่บริษัทได้รับการรับรองสำหรับผลิตภัณฑ์ PET ซึ่งผ่านการทดสอบและไม่พบสาร PFAS ตามเกณฑ์ที่กำหนด
การทดสอบบบรรจุภัณฑ์ของ SGS
ข่าวสารองค์กรในประเทศJuly 09, 2026

EU PPWR 2025: กฎหมายใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์ที่ผู้ผลิตและผู้ส่งออกต้องเตรียมพร้อม

สหภาพยุโรปได้ประกาศใช้ Regulation (EU) 2025/40 หรือ Packaging and Packaging Waste Regulation (PPWR) ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ด้านบรรจุภัณฑ์และขยะบรรจุภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้บริโภค จะเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2026 เป็นต้นไป

ข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก

  • SGS - Thailand - Bangkok, Head Office

238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,

Chong Nonsi, Yannawa, 10120,

กรุงเทพ, ประเทศไทย