ISO/IEC 5259-3 คือมาตรฐานสากลที่ให้ข้อกำหนดและแนวทางสำหรับการจัดการคุณภาพข้อมูลที่ใช้ใน Analytics และ Machine Learning
ปัจจุบัน Artificial Intelligence หรือ AI ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป หลายองค์กรเริ่มนำ AI มาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คาดการณ์แนวโน้ม ตัดสินใจทางธุรกิจ ตรวจสอบคุณภาพสินค้า ให้บริการลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่คำถามสำคัญคือ เรามั่นใจได้แค่ไหนว่าข้อมูลที่ AI ใช้นั้นมีคุณภาพเพียงพอ
AI, Analytics และ Machine Learning ล้วนพึ่งพาข้อมูลเป็นพื้นฐาน หากข้อมูลไม่ครบถ้วน ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นปัจจุบัน มีอคติ หรือไม่มีการควบคุมที่ดี ผลลัพธ์จาก AI ก็อาจผิดพลาดได้ แม้ระบบหรือเทคโนโลยีจะดูทันสมัยก็ตาม
ISO/IEC 5259-3:2024 เป็นมาตรฐานที่กำหนดข้อกำหนดและแนวทางสำหรับการบริหารจัดการคุณภาพข้อมูลที่ใช้ใน Analytics และ Machine Learning โดยช่วยให้องค์กรวางระบบการจัดการคุณภาพข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ISO/IEC 5259-3 คืออะไร
ISO/IEC 5259-3:2024 เป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรฐาน ISO/IEC 5259 ที่เกี่ยวข้องกับ Artificial Intelligence — Data quality for analytics and machine learning โดย Part 3 มุ่งเน้นเรื่อง ข้อกำหนดและแนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูล
พูดให้ง่ายขึ้น มาตรฐานนี้ช่วยให้องค์กรตอบคำถามสำคัญ เช่น
- ข้อมูลที่ใช้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์หรือไม่
- ข้อมูลมาจากแหล่งใด และตรวจสอบย้อนกลับได้หรือไม่
- มีหลักเกณฑ์ในการควบคุมคุณภาพข้อมูลหรือไม่
- บทบาทและความรับผิดชอบด้านคุณภาพข้อมูลชัดเจนหรือไม่
- วงจรชีวิตของข้อมูลได้รับการควบคุมอย่างเหมาะสมหรือไม่
- มีหลักฐานเพียงพอที่แสดงว่ากระบวนการจัดการคุณภาพข้อมูลทำงานได้จริงหรือไม่
มาตรฐานนี้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรจัดทำ นำไปใช้ รักษาไว้ และปรับปรุงคุณภาพของข้อมูลที่ใช้ใน Analytics และ Machine Learning ได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถประยุกต์ใช้ได้กับองค์กรหลากหลายประเภท ขนาด และอุตสาหกรรม
ทำไม ISO/IEC 5259-3 จึงสำคัญในยุค AI
หลายองค์กรกำลังเร่งนำ AI มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นระบบวิเคราะห์ข้อมูล การคาดการณ์ การทำรายงานอัตโนมัติ Chatbot หรือ Machine Learning ในกระบวนการทางธุรกิจ แต่หากไม่มีการจัดการคุณภาพข้อมูลที่ดี AI อาจกลายเป็นความเสี่ยงแทนที่จะเป็นโอกาส
ข้อมูลที่ไม่มีคุณภาพอาจนำไปสู่:
- การคาดการณ์ที่ผิดพลาด
- Insight ทางธุรกิจที่ไม่น่าเชื่อถือ
- ผลลัพธ์ของ AI ที่มีอคติ
- หลักฐานในการตรวจประเมินไม่เพียงพอ
- การตัดสินใจอัตโนมัติที่คลาดเคลื่อน
- ความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียลดลง
- ความเสี่ยงด้าน Governance และ Compliance เพิ่มขึ้น
ISO ระบุว่า ผลลัพธ์จาก Analytics และ Machine Learning จะน่าเชื่อถือได้ก็ต่อเมื่อข้อมูลที่ใช้มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้น ISO/IEC 5259-3 จึงช่วยให้องค์กรวางโครงสร้างในการวางแผน รักษา ติดตาม และปรับปรุงคุณภาพข้อมูลตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล
ISO/IEC 5259-3 ครอบคลุมเรื่องใดบ้าง
ISO/IEC 5259-3 มุ่งเน้นการจัดการคุณภาพข้อมูลที่ใช้ใน Analytics และ Machine Learning โดย ISO อธิบายว่ามาตรฐานนี้สนับสนุนระบบการจัดการคุณภาพข้อมูลที่สามารถปรับให้เข้ากับวงจรชีวิตของ AI ได้หลากหลาย และช่วยให้ข้อมูลมีความน่าเชื่อถือ ตรวจสอบได้ และสอดคล้องกับความคาดหวังของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
หัวข้อสำคัญที่องค์กรควรให้ความสนใจ ได้แก่
- วัตถุประสงค์ด้านคุณภาพข้อมูล
- การควบคุมวงจรชีวิตข้อมูล
- บทบาทและความรับผิดชอบด้านข้อมูล
- เอกสารและหลักฐานประกอบ
- การติดตามและปรับปรุงคุณภาพข้อมูล
- ความเหมาะสมของข้อมูลต่อวัตถุประสงค์การใช้งาน
- การเชื่อมโยงกับระบบ Governance และระบบการจัดการอื่น ๆ
อย่างไรก็ตาม ISO/IEC 5259-3 ไม่ได้กำหนดขั้นตอน วิธีการ หรือเครื่องมือวัดอย่างละเอียด แต่ให้ข้อกำหนดและแนวทางสำหรับกระบวนการจัดการคุณภาพข้อมูล ซึ่งองค์กรสามารถนำไปปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของตนเองได้

องค์กรแบบใดควรให้ความสำคัญกับ ISO/IEC 5259-3
ISO/IEC 5259-3 เหมาะสำหรับองค์กรที่ใช้ข้อมูลเพื่อ Analytics หรือ Machine Learning และต้องการสร้างแนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูลอย่างเป็นระบบ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่:
- ใช้ AI หรือ Machine Learning ในกระบวนการสำคัญทางธุรกิจ
- ใช้ Predictive Analytics เพื่อการคาดการณ์
- ใช้ข้อมูลลูกค้า ข้อมูลปฏิบัติการ ข้อมูลจาก Sensor รูปภาพ ข้อความ หรือข้อมูลสุขภาพ
- ต้องการเพิ่มความแข็งแกร่งด้าน Data Governance
- ต้องการเตรียมความพร้อมสำหรับการตรวจประเมิน AI
- มีหรือกำลังพิจารณา ISO/IEC 42001
- ต้องการแสดงให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลสำหรับ AI มีการควบคุมอย่างรับผิดชอบ
เอกสารแบบสอบถามลูกค้าภายในของ SGS ยกตัวอย่างขอบเขตที่เกี่ยวข้อง เช่น ข้อมูลยอดขายลูกค้าสำหรับการรายงานและคาดการณ์ ข้อมูลฝึกและทดสอบโมเดลสำหรับการประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต ข้อมูลข้อความสำหรับฝึก Chatbot ข้อมูลภาพสำหรับตรวจจับข้อบกพร่องในโรงงาน ข้อมูล Sensor สำหรับ Predictive Maintenance ข้อมูลภูมิสารสนเทศ และข้อมูลสุขภาพสำหรับ Clinical Decision Support
ISO/IEC 5259-3 ช่วยสนับสนุน AI Governance อย่างไร
AI Governance ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบ ความโปร่งใส การควบคุมความเสี่ยง และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ ISO/IEC 5259-3 ช่วยเสริม AI Governance โดยเน้นที่คุณภาพของข้อมูลซึ่งเป็นพื้นฐานของ Analytics และ Machine Learning
SGS ระบุว่า ISO/IEC 5259-3 ช่วยให้องค์กรนำมาตรการ กระบวนการ และการจัดการด้านคุณภาพข้อมูลไปใช้ พร้อมการควบคุมตลอดวงจรชีวิตของข้อมูล
มาตรฐานนี้ยังสามารถใช้ร่วมกับ ISO/IEC 42001 ซึ่งเป็นมาตรฐานระบบการจัดการ AI ได้ โดย SGS ระบุว่า ISO/IEC 5259-3 อาจช่วยเสริมโครงการ ISO/IEC 42001 และองค์กรอาจได้รับประโยชน์จากการบูรณาการข้อกำหนดทั้งสองมาตรฐานเข้ากับระบบการจัดการขององค์กร
กล่าวโดยสรุป:
- ISO/IEC 42001 ช่วยบริหารจัดการระบบ AI
- ISO/IEC 5259-3 เจาะลึกเรื่องคุณภาพและการกำกับดูแลข้อมูลที่ใช้ใน Analytics และ Machine Learning
ประโยชน์ของ ISO/IEC 5259-3
การนำ ISO/IEC 5259-3 ไปใช้ช่วยให้องค์กรมีแนวทางที่เป็นระบบ ตรวจสอบได้ และสม่ำเสมอในการจัดการคุณภาพข้อมูลสำหรับ AI และ Analytics
SGS ระบุว่า ISO/IEC 5259-3 สามารถช่วยให้องค์กรปรับปรุงความน่าเชื่อถือและความถูกต้องของ Machine Learning Models และ Analytics นำแนวทางมาตรฐานด้านคุณภาพข้อมูลมาใช้ เพิ่มขีดความสามารถด้านการจัดการคุณภาพข้อมูล และสร้างความมั่นใจให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียว่ากระบวนการขององค์กรสอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
ประโยชน์เชิงธุรกิจ ได้แก่
- เพิ่มความมั่นใจในผลลัพธ์จาก AI
- เสริม Data Governance และ Accountability
- เพิ่มความพร้อมต่อการตรวจประเมิน
- ทำให้แนวทางการจัดการคุณภาพข้อมูลมีความสม่ำเสมอ
- เชื่อมโยงการทำงานระหว่างทีมธุรกิจ Data, IT, Risk และ Compliance
- เพิ่มความเชื่อมั่นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
- สร้างรากฐานของ Responsible AI
Checklist เตรียมความพร้อมเบื้องต้น
ก่อนเริ่มต้น ISO/IEC 5259-3 องค์กรควรประเมินตนเองด้วยคำถามต่อไปนี้:
- เรารู้หรือไม่ว่าชุดข้อมูลใดถูกใช้สำหรับ Analytics หรือ Machine Learning
- เรากำหนดวัตถุประสงค์การใช้งานของข้อมูลแต่ละชุดชัดเจนหรือไม่
- เราเข้าใจวงจรชีวิตของข้อมูลหรือไม่
- มีผู้รับผิดชอบด้านคุณภาพข้อมูลชัดเจนหรือไม่
- มีกฎและกระบวนการเพื่อควบคุมคุณภาพข้อมูลหรือไม่
- มีเอกสารและหลักฐานรองรับความเหมาะสมของข้อมูลหรือไม่
- มีการติดตามและปรับปรุงคุณภาพข้อมูลอย่างต่อเนื่องหรือไม่
- กระบวนการจัดการคุณภาพข้อมูลเชื่อมโยงกับระบบการจัดการอื่นหรือไม่
- มีเครื่องมือสนับสนุน Data Quality Management หรือไม่
- สามารถกำหนดขอบเขตของระบบการจัดการคุณภาพข้อมูลได้ชัดเจนหรือไม่
หัวข้อเหล่านี้สอดคล้องกับแบบสอบถามลูกค้าภายในของ SGS ซึ่งครอบคลุมเรื่อง Data Quality Culture, Rules and Processes, Data Quality Management Process, การเชื่อมโยงกับ Management Process อื่น ๆ, ขอบเขต, ทรัพยากร และเครื่องมือที่ใช้ในการจัดการคุณภาพข้อมูล
ทำไมควรทำงานร่วมกับ SGS
SGS ให้บริการด้าน ISO/IEC 5259-3 เพื่อช่วยให้องค์กรนำไปใช้ บริหารจัดการ และปรับปรุงคุณภาพข้อมูลสำหรับ Analytics และ Machine Learning โดย SGS ระบุว่ามีบริการ Training, Gap Assessment และ Audit Support และหลังจากการตรวจประเมินสำเร็จ SGS สามารถออก Certificate เพื่อยืนยันการนำข้อกำหนดของมาตรฐานไปใช้อย่างมีประสิทธิผล
นอกจากนี้ SGS ยังมีบริการในกลุ่ม Digital Trust Assurance รวมถึง ISO/IEC 42001 ซึ่งช่วยสนับสนุนองค์กรที่ต้องการยกระดับ AI Governance อย่างครบถ้วนมากขึ้น
เพื่อความปลอดภัยด้านถ้อยคำ แนะนำให้ใช้คำว่า:
- “ISO/IEC 5259-3 audit”
- “ISO/IEC 5259-3 gap assessment”
- “ISO/IEC 5259-3 certification service”
- “สนับสนุนองค์กรในการพัฒนาระบบการจัดการคุณภาพข้อมูลสำหรับ Analytics และ Machine Learning”
บทสรุป
ความสำเร็จของ AI ไม่ได้เริ่มต้นจาก Algorithm แต่เริ่มต้นจาก คุณภาพของข้อมูล
ISO/IEC 5259-3 ช่วยให้องค์กรมีแนวทางที่เป็นระบบในการจัดการคุณภาพข้อมูลสำหรับ Analytics และ Machine Learning สำหรับองค์กรที่ต้องการใช้ AI อย่างรับผิดชอบ เพิ่มความน่าเชื่อถือของผลลัพธ์ และเตรียมพร้อมต่อความคาดหวังด้าน Governance ที่เข้มข้นขึ้น มาตรฐานนี้คือรากฐานสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
คำถามสำคัญสำหรับองค์กรในวันนี้จึงไม่ใช่แค่ “เราควรใช้ AI หรือไม่” แต่คือ “เรามั่นใจได้แค่ไหนว่าข้อมูลที่ AI ใช้นั้นน่าเชื่อถือจริง”
คำถามที่พบบ่อย
เพราะคุณภาพของข้อมูลมีผลโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของ AI และ Machine Learning มาตรฐานนี้ช่วยให้องค์กรจัดการข้อมูลอย่างเป็นระบบ ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ไม่ใช่ มาตรฐานนี้สามารถนำไปใช้ได้กับองค์กรหลากหลายประเภท ขนาด และอุตสาหกรรม
ไม่ มาตรฐานนี้ไม่ได้กำหนดวิธีการหรือเครื่องมือวัดอย่างละเอียด แต่ให้ข้อกำหนดและแนวทางที่องค์กรสามารถปรับใช้ตามบริบทของตนเองได้
เกี่ยวกับ SGS
SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource
SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย


