ติดต่อ

ผลิตภัณฑ์ UV-C ต้องทำอะไรบ้าง
ก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย?

March 05, 2026

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อและอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี UV-C ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบ้าน อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่มีการปล่อยรังสี UV-C หรือมีการกล่าวอ้างด้าน “การฆ่าเชื้อ” จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย โดยเฉพาะการกำกับดูแลด้านฉลากและความปลอดภัย ซึ่งอยู่ภายใต้หน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า การไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง อาจส่งผลให้สินค้าไม่สามารถจำหน่ายได้ หรือถูกเรียกตรวจสอบภายหลัง

ผลิตภัณฑ์ประเภทใดบ้างที่เข้าข่ายควบคุม?

ผู้ประกอบธุรกิจควรพิจารณาอย่างรอบคอบ หากสินค้าของท่านอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้:

อุปกรณ์ฆ่าเชื้อหรือกรองอากาศที่ใช้รังสี UV-C

  • เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบ UV-C ฆ่าเชื้อในอากาศ
  • โคมไฟหรืออุปกรณ์ให้รังสี UV-C ภายในห้อง
  • ระบบฆ่าเชื้ออากาศในอาคาร

กรณีเป็น “ระบบเปิด” ที่ผู้ใช้อาจได้รับรังสีโดยตรง มักต้องผ่านการทดสอบและได้รับการอนุมัติก่อนจำหน่าย

อุปกรณ์กรองน้ำหรือฆ่าเชื้อในน้ำที่มีหลอด UV-C

  • เครื่องกรองน้ำที่ใช้หลอด UV-C กำจัดจุลินทรีย์
  • ระบบบำบัดน้ำภายในบ้านหรือเชิงพาณิชย์

แม้เป็น “ระบบปิด” ที่รังสีไม่สัมผัสผู้ใช้โดยตรง ก็ยังต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดฉลากของ สคบ. อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการแสดงคำเตือนและข้อมูลความปลอดภัย

อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่มีแหล่งกำเนิดรังสี UV-C

  • กล่องอบฆ่าเชื้อ
  • อุปกรณ์พกพาที่มีหลอด UV-C
  • เครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้ฆ่าเชื้อ

หากมีการปล่อยรังสี UV-C ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลากและความปลอดภัย

ทำไมการดำเนินการให้ถูกต้องจึงสำคัญ?

การขึ้นทะเบียนหรือดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ไม่ได้เป็นเพียง “ขั้นตอนทางเอกสาร

แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ:

  • คู่ค้าทางธุรกิจ
  • ผู้จัดจำหน่าย
  • หน่วยงานรัฐ
  • และผู้บริโภคปลายทาง

ผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับรังสี UV-C ถือเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาพลักษณ์ของแบรนด์

UVC Testing by SGS

ให้ SGS Thailand ช่วยดูแล

SGS Thailand ให้บริการครอบคลุม:

  • การให้คำปรึกษาเบื้องต้น (Pre-Assessment)
  • ให้คำแนะนำการจัดเตรียมเอกสารประกอบเพื่อยื่นขึ้นทะเบียน
  • ให้คำปรึกษากรณีได้รับข้อสังเกตหรือคำสั่งแก้ไข
  • จัดเตรียมเอกสาร: 7–14 วันทำการ (ขึ้นกับความครบถ้วนของข้อมูลลูกค้า)

SGS พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และยั่งยืน

Remark: ระยะเวลาพิจารณาของหน่วยงาน: เป็นไปตามกรอบเวลาของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

FAQ

ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้งานและการกล่าวอ้าง หากมีการอ้างสรรพคุณทางการแพทย์ อาจเข้าข่ายเครื่องมือแพทย์ ควรประเมินเป็นรายกรณี
โดยทั่วไปต้องดำเนินการให้สอดคล้องกับข้อกำหนดด้านฉลากและความปลอดภัย โดยเฉพาะหากมีการปล่อยรังสีในระบบเปิด
แม้ขายออนไลน์ สินค้าที่มีแหล่งกำเนิดรังสี UV-C ต้องมีฉลากถูกต้องและปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
โดยทั่วไปยังต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของประเทศไทยเพิ่มเติม
 
ระยะเวลาแตกต่างกันตามประเภทสินค้าและความพร้อมของเอกสาร โดยเฉลี่ยอาจใช้เวลา 4 – 7 วัน (ไม่รวมวันเสาร์-อาทิตย์)
ควรมีผลทดสอบหรือหลักฐานสนับสนุน มิฉะนั้นอาจเข้าข่ายโฆษณาเกินจริง

เกี่ยวกับ SGS

SGS คือบริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายห้องปฏิบัติการและสำนักงานกว่า 2,500 แห่งใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพกว่า 100,000 คน ด้วยประสบการณ์ด้านการบริการที่เป็นเลิศกว่า 145 ปี เราผสานความแม่นยำและความถูกต้องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานคุณภาพ การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และความยั่งยืนสูงสุด

คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – เมื่อคุณต้องการความมั่นใจ – ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในด้านความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ และความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ธุรกิจต่างๆ เติบโตได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจที่ได้ส่งมอบบริการผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และกลุ่มแบรนด์เฉพาะทางที่น่าเชื่อถือ ได้แก่ Applied Technical Services, Brightsight, Bluesign และ Nutrasource

SGS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN SW)

บทความที่เกี่ยวข้อง

Medical Ampoule Production Line
ข่าวธุรกิจOctober 15, 2026

ISO 22716 และการทบทวนกฎหมายเครื่องสำอางในประเทศไทยและต่างประเทศ

ทำความเข้าใจ ISO 22716 GMP เครื่องสำอาง พร้อมอัปเดตกฎหมายเครื่องสำอางไทย ข้อกำหนด EU Regulation 1223/2009, CPNP และ MoCRA สำหรับการส่งออก
play yard testing
ข่าวสารองค์กรในประเทศSeptember 15, 2026

เอสจีเอสเพิ่มขอบข่ายการทดสอบ Play Yard
รองรับมาตรฐาน ASTM F406
และ 16 CFR 1221

เอสจีเอส ประเทศไทย ขยายขอบข่ายการทดสอบสำหรับผลิตภัณฑ์ Play Yard ภายใต้ห้องปฏิบัติการที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 ครอบคลุมการทดสอบตามมาตรฐาน ASTM F406 และข้อกำหนด 16 CFR 1221 ซึ่งเป็นข้อกำหนดสำคัญสำหรับผลิตภัณฑ์ Play Yard ที่วางจำหน่ายในสหรัฐอเมริกา
TPIPL certified No PFAS Detect2
ข่าวสารองค์กรในประเทศAugust 20, 2026

TPIPL เดินหน้าสู่ผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
รับรอง No PFAS Detected จาก SGS

บริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) รับมอบ Environmental Claims Certificate: No PFAS Detected จาก SGS
เอสจีเอสให้บริการทดสอบ Sustainable Material Certification Standards
ข่าวสารองค์กรในประเทศAugust 11, 2026

รู้จักมาตรฐานการตรวจรับรองวัตถุดิบ
อย่างยั่งยืนGRS, RCS และ OCS
มาตรฐานสากลที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ธุรกิจ

ปัจจุบัน ความยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงแนวโน้มของตลาด แต่กลายเป็นข้อกำหนดสำคัญของลูกค้า แบรนด์ระดับโลก และหน่วยงานกำกับดูแล ธุรกิจจึงต้องสามารถแสดงให้เห็นถึงแหล่งที่มาของวัตถุดิบ ความโปร่งใสของกระบวนการผลิต และความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability)

ข่าวสารและข้อมูลเชิงลึก

  • SGS - Thailand - Bangkok, Head Office

238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,

Chong Nonsi, Yannawa, 10120,

กรุงเทพ, ประเทศไทย