ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อและอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี UV-C ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบ้าน อาคารสำนักงาน โรงพยาบาล และโรงงานอุตสาหกรรม
อย่างไรก็ตาม สินค้าที่มีการปล่อยรังสี UV-C หรือมีการกล่าวอ้างด้าน “การฆ่าเชื้อ” จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายและมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดก่อนวางจำหน่ายในประเทศไทย
โดยเฉพาะการกำกับดูแลด้านฉลากและความปลอดภัย ซึ่งอยู่ภายใต้หน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์และเครื่องใช้ไฟฟ้า
การไม่ดำเนินการให้ถูกต้อง อาจส่งผลให้สินค้าไม่สามารถจำหน่ายได้ หรือถูกเรียกตรวจสอบภายหลัง
ผลิตภัณฑ์ประเภทใดบ้างที่เข้าข่ายควบคุม?
ผู้ประกอบธุรกิจควรพิจารณาอย่างรอบคอบ หากสินค้าของท่านอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้:
อุปกรณ์ฆ่าเชื้อหรือกรองอากาศที่ใช้รังสี UV-C
- เครื่องฟอกอากาศที่มีระบบ UV-C ฆ่าเชื้อในอากาศ
- โคมไฟหรืออุปกรณ์ให้รังสี UV-C ภายในห้อง
- ระบบฆ่าเชื้ออากาศในอาคาร
กรณีเป็น “ระบบเปิด” ที่ผู้ใช้อาจได้รับรังสีโดยตรง มักต้องผ่านการทดสอบและได้รับการอนุมัติก่อนจำหน่าย
อุปกรณ์กรองน้ำหรือฆ่าเชื้อในน้ำที่มีหลอด UV-C
- เครื่องกรองน้ำที่ใช้หลอด UV-C กำจัดจุลินทรีย์
- ระบบบำบัดน้ำภายในบ้านหรือเชิงพาณิชย์
แม้เป็น “ระบบปิด” ที่รังสีไม่สัมผัสผู้ใช้โดยตรง ก็ยังต้องดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดฉลากของ สคบ. อย่างครบถ้วน โดยเฉพาะการแสดงคำเตือนและข้อมูลความปลอดภัย
อุปกรณ์หรือเครื่องมือที่มีแหล่งกำเนิดรังสี UV-C
- กล่องอบฆ่าเชื้อ
- อุปกรณ์พกพาที่มีหลอด UV-C
- เครื่องมือเฉพาะทางที่ใช้ฆ่าเชื้อ
หากมีการปล่อยรังสี UV-C ไม่ว่าจะเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มหรือใช้ในเชิงพาณิชย์ ก็จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านฉลากและความปลอดภัย
ทำไมการดำเนินการให้ถูกต้องจึงสำคัญ?
การขึ้นทะเบียนหรือดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมาย ไม่ได้เป็นเพียง “ขั้นตอนทางเอกสาร
แต่คือการสร้างความเชื่อมั่นให้กับ:
- คู่ค้าทางธุรกิจ
- ผู้จัดจำหน่าย
- หน่วยงานรัฐ
- และผู้บริโภคปลายทาง
ผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับรังสี UV-C ถือเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยโดยตรง การเตรียมความพร้อมตั้งแต่ต้นจึงช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาพลักษณ์ของแบรนด์

ให้ SGS Thailand ช่วยดูแล
SGS Thailand ให้บริการครอบคลุม:
- การให้คำปรึกษาเบื้องต้น (Pre-Assessment)
- ให้คำแนะนำการจัดเตรียมเอกสารประกอบเพื่อยื่นขึ้นทะเบียน
- ให้คำปรึกษากรณีได้รับข้อสังเกตหรือคำสั่งแก้ไข
- จัดเตรียมเอกสาร: 7–14 วันทำการ (ขึ้นกับความครบถ้วนของข้อมูลลูกค้า)
SGS พร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวสู่ตลาดได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และยั่งยืน
Remark: ระยะเวลาพิจารณาของหน่วยงาน: เป็นไปตามกรอบเวลาของ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
FAQ
เกี่ยวกับ SGS
SGS คือ บริษัทชั้นนำระดับโลกด้านการทดสอบ การตรวจสอบ และการรับรองระบบ เราดำเนินงานผ่านเครือข่ายที่ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์และสถานประกอบการกว่า 2,500 แห่ง ใน 115 ประเทศ โดยได้รับการสนับสนุนจากทีมงานมืออาชีพที่มีความมุ่งมั่นกว่า 99,500 คน ด้วยประสบการณ์กว่า 145 ปีแห่งความเป็นเลิศในการให้บริการ เราผสานความแม่นยำและความเที่ยงตรงที่เป็นเอกลักษณ์ของบริษัทสวิส เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ บรรลุมาตรฐานสูงสุดด้านคุณภาพ การปฏิบัติตามข้อกำหนด และความยั่งยืน
คำมั่นสัญญาของแบรนด์เรา – when you need to be sure – สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในความน่าเชื่อถือ ความซื่อสัตย์ และความไว้วางใจ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างมั่นใจ เราภูมิใจนำเสนอบริการจากผู้เชี่ยวชาญของเราภายใต้ชื่อ SGS และแบรนด์เฉพาะทางที่ได้รับความไว้วางใจ เช่น Brightsight, Bluesign, Maine Pointe และ Nutrasource
SGS เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ SIX Swiss Exchange ภายใต้สัญลักษณ์ SGSN (ISIN CH1256740924, Reuters SGSN.S, Bloomberg SGSN:SW)
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย



