PCI DSS คือชุดข้อกำหนดที่อธิบายวิธีการปกป้องคุณและลูกค้าของคุณเมื่อรับชำระเงินด้วยบัตร ข้อกำหนดเหล่านี้เป็นมาตรฐานที่ใช้ร่วมกันในทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ดังนั้นผู้ให้บริการทุกรายที่รับชำระเงินจึงควรให้ความสำคัญกับ PCI DSS อย่างจริงจัง
เมื่อธุรกิจของคุณรับชำระเงินด้วยบัตร ความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อการปกป้องข้อมูลทางการเงินถือเป็นสิ่งสำคัญ ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลบัตรชำระเงิน (Payment Card Industry Data Security Standard) ซึ่งจัดทำโดยองค์กรบัตรชำระเงินชั้นนำ ช่วยให้องค์กรแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยที่เข้มงวด ระเบียบปฏิบัติของมาตรฐานนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อป้องกันการทุจริตข้อมูลและการละเมิดความปลอดภัยที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายในระยะยาว พร้อมเสริมสร้างภาพลักษณ์ความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร
บริการรับรองมาตรฐาน PCI DSS ของเรา ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการและให้บริการโดย Panacea Infosec (กิจการในเครือ SGS ตั้งแต่เดือนมกราคม 2026) ช่วยยืนยันว่าองค์กรของคุณปฏิบัติตามข้อกำหนดหลักทั้ง 12 ข้อของ PCI DSS และสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง
ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยข้อมูลขององค์กรด้วยการรับรอง PCI DSS จาก SGS
- ลดความเสี่ยง เพิ่มการตระหนักรู้ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ด้านความปลอดภัยสารสนเทศได้อย่างมีนัยสำคัญ
- สร้างความเชื่อมั่นและความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งเสริมสร้างความไว้วางใจให้กับลูกค้า คู่ค้า และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
- ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย และทรัพยากรเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน และหลีกเลี่ยงค่าปรับจากการไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด
- เสริมความแข็งแกร่งในการแข่งขันทางธุรกิจยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ เพิ่มโอกาสทางการแข่งขัน และขยายธุรกิจสู่ตลาดสากล
- มุ่งสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องสนับสนุนการปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อความยั่งยืนในระยะยาวขององค์กร

ความเชี่ยวชาญและการสนับสนุนด้าน PCI DSS ที่ไม่มีใครเทียบได้
ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านการตรวจสอบ การทดสอบ และการรับรอง เราจะใช้ความเชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยเชิงลึกกับการดำเนินธุรกิจของคุณ กระบวนการรับรอง PCI DSS ที่ครอบคลุมของเราได้รับการปรับแต่งให้เหมาะสมกับความต้องการขององค์กรของคุณ ไม่ว่าจะมีขนาดหรืออยู่ในภาคส่วนใดก็ตาม เราให้คำแนะนำคุณในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การวิเคราะห์ช่องว่างเบื้องต้นไปจนถึงการดูแลรักษาการปฏิบัติตามข้อกำหนดอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายการดำเนินงานทั่วโลกและประสบการณ์อันยาวนานของเรา เราช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ามาตรการรักษาความปลอดภัยข้อมูลของคุณจะเป็นไปตามมาตรฐานสากล พร้อมทั้งสามารถรับมือและปรับตัวต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาได้
คำถามที่พบบ่อย
มาตรฐาน PCI DSS ได้รับการจัดทำขึ้นในปี ค.ศ. 2004 โดยบริษัทผู้ออกบัตรชั้นนำ ได้แก่ Visa, MasterCard, Discover Financial Services, JCB International และ American Express
- ความมั่นคงปลอดภัยของเครือข่าย (Secure Network)
- ต้องติดตั้งและดูแลรักษาไฟร์วอลล์อย่างเหมาะสม
- รหัสผ่านของระบบต้องเป็นรหัสที่องค์กรกำหนดเอง ไม่ใช้รหัสผ่านเริ่มต้นจากผู้ผลิต
- การปกป้องข้อมูลผู้ถือบัตร (Secure Cardholder Data)
- ต้องมีมาตรการปกป้องข้อมูลผู้ถือบัตรที่จัดเก็บไว้
- การส่งข้อมูลผู้ถือบัตรผ่านเครือข่ายสาธารณะต้องได้รับการเข้ารหัส
- การจัดการช่องโหว่ (Vulnerability Management)
- ต้องติดตั้งและอัปเดตโปรแกรมป้องกันไวรัสอย่างสม่ำเสมอ
- ต้องพัฒนาและดูแลรักษาระบบ รวมถึงแอปพลิเคชัน ให้มีความปลอดภัย
- การควบคุมการเข้าถึง (Access Control)
- จำกัดการเข้าถึงข้อมูลผู้ถือบัตรเฉพาะผู้ที่จำเป็นต้องใช้งานเท่านั้น
- ผู้ใช้งานระบบทุกคนต้องมีรหัสประจำตัว (User ID) เฉพาะบุคคล
- ต้องจำกัดการเข้าถึงทางกายภาพต่อข้อมูลผู้ถือบัตร
- การติดตามและทดสอบเครือข่าย (Network Monitoring and Testing)
- ต้องมีการบันทึก ติดตาม และเฝ้าระวังการเข้าถึงข้อมูลผู้ถือบัตรและทรัพยากรเครือข่าย
- ต้องมีการทดสอบระบบและกระบวนการด้านความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ
- ความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security)
- ต้องจัดทำและคงไว้ซึ่งนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ
ระดับการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ PCI DSS จะพิจารณาจาก จำนวนธุรกรรมการชำระเงินด้วยบัตรเครดิต/เดบิตต่อปี ที่องค์กรดำเนินการ โดยแต่ละระดับจะกำหนดแนวทางและข้อกำหนดที่องค์กรต้องปฏิบัติเพื่อรักษาความสอดคล้องตามมาตรฐาน
ระดับ 1: ธุรกรรมมากกว่า 6 ล้านรายการต่อปี
ระดับ 2: ธุรกรรม 1-6 ล้านรายการต่อปี
ระดับ 3: ธุรกรรม 20,000-1 ล้านรายการต่อปี
ระดับ 4: ธุรกรรมน้อยกว่า 20,000 รายการต่อปี
องค์กรที่เริ่มรับชำระเงินด้วยบัตรจะมีระยะเวลา 90 วัน ในการดำเนินการให้เป็นไปตามข้อกำหนดของมาตรฐาน PCI DSS หลังจากนั้น องค์กรจะต้อง รักษาความสอดคล้องของระบบอย่างต่อเนื่อง และสามารถแสดงหลักฐานการปฏิบัติตามมาตรฐานได้ อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
- ทำความเข้าใจข้อกำหนด: ศึกษาและทำความเข้าใจข้อกำหนดการรับรองทั้ง 12 ข้อของ PCI DSS
- ระบุความต้องการขององค์กร: กำหนดข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับองค์กร โดยพิจารณาจากระดับการปฏิบัติตามข้อกำหนดทั้ง 4 ระดับ
- ระบุและจัดทำแผนผังการเคลื่อนไหวของข้อมูลบัตรชำระเงิน: จัดทำ Data Map ที่แสดงระบบรักษาความปลอดภัย การเข้าถึงทรัพยากรเครือข่ายทางกายภาพ และแอปพลิเคชันที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลบัตรชำระเงิน พร้อมระบุจุดที่เชื่อมโยงกับลูกค้า รวมถึงเส้นทางการไหลของข้อมูลและช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้น
- จัดทำแบบประเมินตนเอง (SAQ) หรือรายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนด (ROC): แบบสอบถาม SAQ จะช่วยคุณตรวจทานคำตอบในการประเมินตนเองอีกครั้ง รายงานการปฏิบัติตามข้อกำหนด (ROC) มีไว้สำหรับบริษัทระดับ 1 ที่ต้องเข้ารับการตรวจสอบด้านความปลอดภัย โดยมีอายุการใช้งาน 1 ปี
- ตรวจสอบมาตรการควบคุมและกระบวนการรักษาความปลอดภัย: เพื่อให้มั่นใจการกำหนดการตั้งค่าระบบและมาตรการด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างถูกต้องและเหมาะสม
- ดำเนินการตรวจสอบระบบทุกไตรมาส: ตรวจสอบระบบและกระบวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาความสอดคล้องตามมาตรฐาน โดยผู้ให้บริการสแกนที่ได้รับการรับรอง (Approved Scanning Vendor: ASV) จะช่วยให้การสแกนเป็นไปตามแนวทางของ PCI
- ประเมินความเสี่ยง / การตรวจประเมิน / ความมั่นคงปลอดภัย: ดำเนินการประเมินความเสี่ยงอย่างละเอียดในสภาพแวดล้อมการชำระเงิน เพื่อวิเคราะห์กระบวนการและเส้นทางการชำระเงินที่มีความซับซ้อน
- ดำเนินการวิเคราะห์ช่องว่าง (Gap Analysis): ตรวจสอบข้อกำหนด PCI DSS เพื่อหาช่องโหว่ก่อนจัดทำแผนการแก้ไขปรับปรุงเพื่อจัดการกับช่องโหว่เหล่านั้นอย่างมีประสิทธิภาพ
- ดำเนินการตรวจสอบ PCI DSS ภายในองค์กร: ให้ผู้เชี่ยวชาญภายในหรือผู้ตรวจประเมินจากภายนอกตรวจสอบการทำงานของระบบด้านความปลอดภัย ทบทวนเอกสาร และระบุประเด็นที่ยังไม่สอดคล้องกับข้อกำหนด
- ติดตามและเฝ้าระวังระบบอย่างต่อเนื่อง: เนื่องจาก PCI DSS เป็นกระบวนการต่อเนื่อง คุณจึงต้องทบทวนแผนและระบบอย่างสม่ำเสมอ พิจารณารายงานเพิ่มเติม และดึงบุคคลที่เกี่ยวข้องเข้ามามีส่วนร่วม
- เตรียมความพร้อมสำหรับการรับรองมาตรฐาน PCI DSS: เลือกผู้ประเมินความปลอดภัยที่มีคุณสมบัติเหมาะสมจากภายนอก (Qualified Security Assessor หรือ QSA) และกำหนดสิ่งที่จะต้องเข้ารับการประเมิน การตรวจสอบจะประเมินการควบคุมความปลอดภัยของคุณเทียบกับข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องในสภาพแวดล้อมข้อมูลของคุณ รวมถึงอุปกรณ์ เครือข่ายสาธารณะ และแอปพลิเคชันที่จัดการข้อมูลผู้ถือบัตร นอกจากนี้ ผู้ตรวจสอบยังทบทวนภาพรวมข้อกำหนดด้านความปลอดภัยก่อนจัดทำรายงานผลการตรวจประเมินอย่างละเอียด
เนื่องจากแต่ละองค์กรมีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นขนาด ประเภทธุรกิจ รวมถึงมาตรการด้านความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลและไซเบอร์ ดังนั้นการประเมินตามมาตรฐาน PCI DSS จึงดำเนินการเป็นรายองค์กร โดยแนวทางและข้อกำหนดที่ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรฐานจะขึ้นอยู่กับ ระดับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของแต่ละองค์กร เป็นสำคัญ
-
หากองค์กรไม่สามารถแสดงหลักฐานได้ว่ามีมาตรการปกป้องข้อมูลผู้ถือบัตรของลูกค้าอย่างเหมาะสม อาจก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรงต่อทั้งองค์กรและลูกค้า ซึ่งรวมถึง:
- การถูกฟ้องร้องทางกฎหมาย
- การถูกปรับหรือบทลงโทษทางการเงิน
- ความเสียหายต่อชื่อเสียงและภาพลักษณ์ขององค์กร
- การสูญเสียความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า
- การโจรกรรมเงินและข้อมูลประจำตัวของลูกค้า
238 TRR Tower, 19th-21st Floor, Naradhiwas Rajanagarindra Road,
Chong Nonsi, Yannawa, 10120,
กรุงเทพ, ประเทศไทย